เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เดินทางมาถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ เพื่อรับประทานอาหารกลางวันตามคำเชิญของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เพื่อพูดคุยถึงการทำงานร่วมกันในฐานะที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย รอต้อนรับ ทั้งนี้เวลา 11.35 น. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เดินทางมาถึง ก่อนที่ร่วมรับประทานอาหารกลางวัน โดยอาหารที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารประกอบด้วย ข้าวหน้าไก่ ขนมผักกาด ก๋วยเตี๋ยว-เกาเหลา และลูกชิ้นศรีย่าน
จากนั้นเวลา 12.45 น. นายอนุทิน และนายยศชนัน ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ภายหลังร่วมรับประทานอาหารกลางวันว่า วันนี้นัดกันมาหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน ซึ่งได้พูดกันหลายเรื่อง และทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย เคยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถามว่า ในการพูดคุยได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนกับนายจุลพันธ์และนายยศชนัน ไม่ใช่คนใหม่ มีความคุ้นเคยกันมาก่อน สมัยตนเป็น รมว. สาธารณสุขสู้กับโควิด-19 ก็ได้นายยศชนัน มาให้คำแนะนำหลายอย่าง จึงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า นโยบายไหนจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหลังเข้าทำหน้าที่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกนโยบายของแต่ละพรรคเป็นเรื่องที่เราต้องทำด้วยกัน
เมื่อถามว่า บรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่นใช่หรือไม่ นายอนุทิน ได้หันไปอมยิ้มให้กับนายจุลพันธ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่นายจุลพันธ์ และนายยศชนัน จะพร้อมใจกันยิ้ม จากนั้นนายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ยืนไหล่ชนไหล่กันอย่างนี้แล้ว”
เมื่อถามว่า การทำงานหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันในนามคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยไม่ยึดความเป็นพรรคใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกัน และพูดไปถึงว่าก่อนหน้านี้ เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงาน เพราะมีปัจจัยอะไรต่างๆ แต่จากนี้ไปหวังว่า คงจะไม่มี เพราะตอนนี้เราเปิดเส้นทางตรง นายยศชนัน นายจุลพันธ์ หรือใครก็ตามที่อยู่ใน ครม.พรรคเพื่อไทย สามารถมาคุยกับตนได้ตลอด เราไม่ได้เจอกันเฉพาะตอนประชุม ครม. ตนบอกนายยศชนันว่ามีอะไร ไม่ต้องส่งข้อความทางไลน์ ให้โทรศัพท์มา หรือมาหากันเลย จะมาหาหรือให้ตนไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย
เมื่อถามว่า นายยศชนันจะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ครับ คุมกระทรวงทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแล และยังมีหน่วยงานต่างๆในสำนักนายกรัฐมนตรี
เมื่อถามว่า การลงพื้นที่จะชวนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงพื้นที่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ระหว่างทานอาหารได้แจ้งนายยศชนันว่า จะมีการประชุม ครม. ด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ ซึ่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ก็ต้องมาประชุมร่วมกัน ก่อนที่จะประชุม ครม. ปกติในวันอังคาร
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง 4 ปี ซึ่งนายอนุทินและนายยศชนันได้หัวเราะออกมาพร้อมกัน โดยนายยศชนัน กล่าวว่า “เราต้องซัพพอร์ตกัน ผมว่ารัฐบาลต้องการเสถียรภาพ ตอนนี้ประชาชนสำคัญมาก และเสถียรภาพทางการเมือง จะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นที่จะเข้ามาลงทุน ฉะนั้นตอนนี้เราช่วยกัน รักษาเสถียรภาพไว้ให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้”
ด้านนายยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะวิกฤตมีหลายเรื่อง เราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้ บางเรื่องมีความจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เพราะเป็นเรื่องความเดือดร้อน เมื่อรัฐบาลพร้อมทำงานเมื่อไหร่วันแรกต้องพร้อมทำงานทันที จึงอยากหารือแนวทางให้ชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมว่า วันนี้เมื่อได้เข้ามาทำงาน ทุกกระทรวงสามารถที่จะทำงานสอดรับกันได้และเป็นไปในแนวทางที่แถลงต่อรัฐสภา เพราะสิ่งที่แถลงเป็นมติของทุกคนที่พร้อมทำงานเพื่อบ้านเมืองและประชาชน โดยนายอนุทิน ได้ชวนคุยทิศทางและแนวทาง เพื่อให้เวลาที่เราสื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้ง และมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน
เมื่อถามว่า จากการพูดคุยวันนี้เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นายยศชนัน ตอบว่า “ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดีที่สุด ”
นายยศชนัน กล่าวว่า เราต้องแยกการเมืองกับการบริหารบ้านเมือง เพราะตอนนี้ ความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก พอเรารับที่จะมาบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไป เพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมา เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมือง ฉะนั้นเวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล นี่คือภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้ง แล้วเอาการเมืองมาผสมได้ ฉะนั้นเวลาตอบคำถามในหลายประเด็น ต้องขอตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล เรามีหน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่อง ตรงนี้เป็นสิ่งที่คุยกับนายกฯ ว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้
เมื่อถามว่า นโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนจะดำเนินการหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่าเรื่องนี้ตนคิดว่าเป็นรายละเอียดเกินไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เราหาเสียงไว้ แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามคำแถลงนโยบายที่แถลงต่อสภาฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องเคารพสิทธิของทุกฝ่าย
เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ถึงการยกเลิก MOU44 นายยศชนัน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องหารือในองค์รวม เพราะเป็นเรื่องเปราะบางสำหรับประชาชน ด้านนายอนุทิน กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย ที่เราจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯ ก็ต้องหารือกัน ถ้าเรามาอยู่ในรัฐบาลร่วมกันแล้วนโยบายของพรรคร่วมเราก็ต้องนำมาปฏิบัติด้วย
เมื่อถามว่า สำหรับวันแถลงนโยบายประสานไปทางประธานรัฐสภาฯแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าประสานเบื้องต้นไปแล้ว โดยจะมีขึ้นก่อนสงกรานต์ เมื่อเราถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 6 เม.ย.แล้วจะมีการประชุม ครม. เพื่อเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลก่อนส่งต่อไปยังสภาฯ







