โคคา-โคล่า ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องดื่มระดับโลก ประกาศปรับเพิ่มเป้าหมายผลประกอบการตลอดปี 2569 หลังผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยได้รับแรงหนุนจากการแข่งขันฟุตบอลโลก โดยเฉพาะช่วงพักดื่มน้ำระหว่างการแข่งขันที่ช่วยกระตุ้นยอดขายเครื่องดื่มกลุ่มสปอร์ตดริงก์ โดยเฉพาะแบรนด์ Powerade
จอห์น เมอร์ฟี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของโคคา-โคล่า เปิดเผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ยังไม่แน่ใจว่าช่วงพักดื่มน้ำจะกลายเป็นกติกาถาวรของการแข่งขันฟุตบอลหรือไม่ แต่สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ บริษัทไม่ได้รับผลกระทบในเชิงลบจากมาตรการดังกล่าว และมองว่าเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขายเครื่องดื่ม
กระแสการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงฟุตบอลโลกยังช่วยผลักดันยอดขายผลิตภัณฑ์หลักของโคคา-โคล่า รวมถึงเครื่องดื่มน้ำอัดลมสูตรไม่มีน้ำตาล ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าภาพรวมกำลังซื้อของผู้บริโภคจะเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยและผู้บริโภครายได้น้อยในสหรัฐฯ
สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 โคคา-โคล่า มีรายได้เปรียบเทียบเพิ่มขึ้นประมาณ 6% แตะระดับ 1.337 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดการณ์ไว้ที่ 1.316 หมื่นล้านดอลลาร์
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นโคคา-โคล่าปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 90.13 ดอลลาร์ โดยระหว่างวันพุ่งขึ้นถึง 7% ในวันอังคาร ถือเป็นการปรับขึ้นรายวันมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2552
ขณะที่กำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วในไตรมาส 2 อยู่ที่ 97 เซนต์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 5 เซนต์ พร้อมมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 35.6% จาก 34.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทยังคงเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนกระป๋องอะลูมิเนียมและขวดพลาสติก PET ซึ่งจอห์น เมอร์ฟี ยอมรับว่า ราคาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าที่บริษัทประเมินไว้ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของยอดขายและอัตรากำไรบางส่วน
ปัจจัยด้านต้นทุนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอิหร่าน ซึ่งกระทบต่อการจัดหาพลังงานและทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูงขึ้น โดยโคคา-โคล่า เปิดเผยตั้งแต่เดือน เม.ย. ว่า บริษัทได้ร่วมมือกับพันธมิตรโรงงานบรรจุขวดเพื่อเตรียมรับมือ พร้อมล็อกราคาต้นทุนบางส่วนล่วงหน้าก่อนเกิดความขัดแย้งในเดือน ก.พ.
จากผลประกอบการที่ออกมาแข็งแกร่ง โคคา-โคล่า จึงปรับเพิ่มเป้าหมายการเติบโตของรายได้หลักตลอดปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 5% จากเดิมคาดการณ์ไว้ที่ 4-5% พร้อมปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของกำไรต่อหุ้นขึ้นเป็น 9-10% จากเดิม 8-9%
อย่างไรก็ตาม ตลาดอินเดียของโคคา-โคล่า ยังคงเผชิญปัญหาขาดแคลนกระป๋องอะลูมิเนียมอย่างหนัก โดยเมอร์ฟีระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้บริษัทสูญเสียส่วนแบ่งตลาดในอินเดียในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา
#โคคาโคล่า #CocaCola #หุ้นโคคาโคล่า #ตลาดหุ้น #ผลประกอบการ #ฟุตบอลโลก #เศรษฐกิจโลก #หุ้นสหรัฐ #ข่าวเศรษฐกิจ #การลงทุน








