วันที่ 26 มี.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
แฉโรงกลั่นเพิ่มการกลั่น แต่ส่งให้ปั๊มน้อย คนจึงต่อคิว นอนรอความหวังได้น้ำมันไปทำมาหากิน ลั่นกลั่นเพิ่มแค่ตัวเลขกลั่นลม ได้ชดเชยราคาแบบลมๆ เอาเปรียบ ปชช. มีนงง ราคาดีเชลพรีเมียมน้ำทันคนรวยถูกกว่าดีเชลธรรมดาของคนจนถึง 15 บาทต่อลิตร เป็นไปได้อย่างไร รบ.ช่วยแจงที
เมื่อ 25 มี.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ดีเชลธรรมดา ซึ่งเป็นน้ำมันคนจนกลับขยับลอยตัวมีราคาแพงกว่าน้ำมันดีเชลพรีเมียมที่คนรวย ผู้มีรายได้สูงใช้ถึง 15 บาท จึงเป็นสภาพย้อนแย้งอย่างมึนงง และรัฐบาลต้องอธิบายให้กระจ่าง
อีกทั้งกล่าวว่า ขณะนี้ดีเชลธรรมดาตกราคารวม 59.93 บาท แต่ราคาหน้าปั๊ม 32.94 รวมกองทุนน้ำมันอุดหนุน 26.99 บาท แต่ดีเชลพรีเมียมซึ่งไม่มีการชดเชยราคา 46.64 บาท ส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 1.50 บาท สิ่งสำคัญทุกปั๊มมีน้ำมันพรีเมียมเหลือเฟือเพราะราคาแพงดังนั้น ถ้าไม่ส่งเข้ากองทุนฯ จะอยู่ที่ราคา 45.14 ขณะที่ดีเชลธรรมดาอยู่ที่ 59.93 บาท หมายความว่า ต้นทุนดีเชลพรีเมียม 45 บาท ดีเชลธรรมดาคิดตัวเลขกลมๆ 60 บาท
“รัฐบาลช่วยอธิบายหน่อยว่า น้ำมันชนิดไหนดีกว่ากัน เมื่อราคาเป็นแบบนี้ย่อมแปลว่า ธรรมดาดีกว่า เพราะราคาพรีเมียมถูกกว่าดีเชลธรรมดา 15 บาท (ราคาแบบนี้) เราควรจะกินข้าวต่อไปกันหรือเปล่า เพราะราคาย้อนแย้งแบบมึนงง แบบทำอะไรกันก็ได้"
ส่วนไอ้โม่งกักตุนน้ำมันนั้น สภาประชุมอภิปรายวิกฤตน้ำมัน (เมื่อ 25 มี.ค.) ได้เปิดโฉมหน้าไอ้โม่งอย่างล่อนจ้อน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ รมว.พลังงาน ชี้เป้าไปที่โรงกลั่นและคลังน้ำมัน ขณะที่ปั๊มได้รับน้ำมันน้อยกว่าเดิม คือ จากเดิมได้โตวต้า 10,000 ลิตรลดลงเหลือเพียง 3,000 ลิตร แต่การโรงกลั่นได้กลั่นเพิ่มมากกว่าปกติร่วม 20 ล้านลิตร
"ชัดเจนว่า น้ำมันกลั่นมาก แต่ส่ง (ปั๊ม) น้อย ส่วนกองทุนฯ อุดหนุนราคามากตามราคากลั่น และจำนวนกลั่น แต่ไม่ส่งไปให้ปั๊ม ได้เงินชดเชยไป 26.99 บาทต่อลิตร ผมว่ามันไปไกลมากนะ เมื่อคนในรัฐบาลและเป็นว่าที่ รมว.พลังงาน ชี้โครมให้แล้ว จะอย่างไงต่อล่ะ"
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบต้องติดตามว่า น้ำมันออกจากโรงกลั่นไปเท่าไร ไปปั๊มเท่าไร ซึ่งตรวจสอบกันไม่ยาก แต่ปัญหาคือ ปริมาณน้ำมันเมื่อกลั่นมาก แต่ส่งน้อยแสดงว่า ประชาชนจะเอาอะไรไปกักตุน
"ถ้ามีน้ำมันเท่าเดิม คนตื่นตระหนกไปเติมน้ำมันมากก็บอกว่า ประชาชนกักตุน แต่เมื่อกลั่นมาก ส่งน้อย ประชาชนไปยืนรอ นอนรอ ต่อคิวรอความหวังกัน บางปั๊มจำกัดการเติมดีเชลธรรมดา แต่พรีเมียมไม่จำกัด ส่วนต้นทุนธรรมดาแพงกว่าพรีเมียม 15 บาท มันสนุกมั้ยประเทศไทย"
นายจตุพร กล่าวว่า ขอให้กำลังใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ได้ปราบการกักตุนน้ำมันให้จริงจัง และ รมว.พลังงาน รวมทั้งรองนายกฯ รับผิดชอบ ควรช่วยอธิบายประชาชน ซึ่งมึนงงเต็มทีระหว่างดีเชลธรรมดากับพรีเมียม ว่า ต่อไปควรจะมีพรีเมียมหรือไม่ และให้กองทุนไปอุดหนุนพรีเมียมไม่ดีกว่าหรือไม่
"ต้องยอมรับว่า น้ำมันหายไปจากสาระบบ การที่ สส.นครสวรรค์ พรรคกล้าธรรม พูดว่ามีคนติดต่อ รัฐบาลต้องเชิญมาให้ข้อเท็จจริงว่า ใครมาติดต่อ แต่วงการมีการพูดนินทากันไปทั่วว่า ในบรรดาผู้รับเหมาทั้งหลาย เช่น การทำถนน เหลืองวดงาน 2 งวดสุดท้าย หาน้ำมันเติมที่ปั๊มไม่ได้ ก็หาบริการน้ำมันเถื่อน”
สิ่งสำคัญและน่าตกใจ คือ ในยามปกติน้ำมันเถื่อนย่อมถูกกว่าราคาหน้าปั๊ม แต่บัดนี้ราคาน้ำมันเถื่อนแพงกว่าหน้าปั๊มไป 7 บาท จึงมึนงงไปกันใหญ่ เพราะไม่รู้จะเถื่อนไปหาอะไรกันอีก เมื่อน้ำมันเถื่อนแพงกว่า 7 บาท พรีเมียมถูกกว่าธรรมดา 15 บาท ประเทศไทยเราเดินมาถึงจุดนี้แล้วหรือ ?
ขณะที่สินค้าอุปโภคบริโภค แม้รัฐบาลบอกจะควบคุมราคาเพิ่มเป็น 71 ชนิด แต่จะทำได้หรือไม่ ขณะที่ราคาไฟฟ้าจะขึ้นกันอย่างไร ถึงที่สุดรัฐบาลไม่มีข่าวดีเกิดกับประชาชนเลย สิ่งสำคัญเมื่อไม่มีการกำหนดเพดานราคาน้ำมันดีเชลแล้ว ราคาย่อมขยับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
อีกอย่าง ราคาดีเชลธรรมดาไม่มีการอุดหนุนตกลิตรละ 60 บาท คน (จน) ก็ต้องยอมถ่อมตัว ยอมลำบากไปเติมพรีเมียมดีกว่า เพราะไม่สามารถเติมราคาดีเชลธรรมดาได้ ถามคนรับผิดชอบว่า ช่วยอธิบายให้คนไทยได้หายโง่หน่อยว่า มันเกิดเหตุการณ์นี้มาได้อย่างไร
“แสดงว่าน้ำมันเมื่อกลั่นมากขึ้น แต่ไม่นำไปขายให้ประชาชน ที่นี้เงินชดเชยกำไร ก็เข้าข่ายเงินกินเปล่า คือหมายความว่า กลั่นลม โดยการชดเชยนั้นได้ชดเชยประชาชนในราคาหน้าปั๊ม ไม่ได้ชดเชยโรงกลั่นที่กลั่นเพิ่มกว่าเดิม แต่ไปถึงปั๊มน้อยกว่าเดิม สวนทางกัน ย้อนแย้งกันหมดเลย”
ดังนั้น รัฐบาลต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้ คือ นายกฯ คนที่แห่ไปเลือกพรรคภูมิใจไทยเพราะรักชาติบ้านเมืองจากกรณีสงครามไทย-กัมพูชา และมีความเชื่อมั้นกับบรรดาเทคโนแครตแบบนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีต ชีอีโอ ปตท.เป็น รมว.พลังงาน หรือแบบศุภจี สุธรรมพันธุ์ แบบสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และแบบเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เพราะเรื่องรักชาติเป็นส่วนใหญ่
“วันนี้ไม่มีใครคิดจะโค่นล้มรัฐบาลหรอก เพราะภายใต้สถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้ การประชุมในสภา คนของรัฐบาลเองก็ฉายข้อมูลกันแรงๆ ทั้งนั้น แต่ปัญหาคือ แล้วไงต่อ เพราะคนในรัฐบาลรู้หมดทุกอย่างแล้ว และวิกฤตนี้ต้องยอมรับกันจริงๆว่า มันมีปัญหากันจริงๆ ซึ่งเป็นปัญหาไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แก้ไม่ยากเลย”
พร้อมทั้งกล่าวว่า ถ้าปัญหาเป็นไอ้โม่ง เราต้องไม่เห็น แต่ปัญหานี้ไม่มีไอ้โม่ง เพราะสภานำมาฉายให้เห็นกันอยู่แล้ว ว่า กลั่นเพิ่ม แต่ส่งให้ปั๊มน้อย ราคาพรีเมียมถูกกว่าดีเชลธรรมดา 15 บาท น้ำมันเถื่อนแพงกว่าหน้าปั๊ม 7 บาท ส่วนสินค้าขึ้นราคากันถ้วนหน้า แล้วคนพูดชี้เป้ายังเป็นว่าที่ รมว.พลังงาน แล้วอย่างไงต่อดีล่ะ
นายจตุพร หวังว่า ภายในสถานการณ์นี้ ทุกคนเอาชาติบ้านเมืองมาเป็นตัวตั้ง ควรใช้โอกาสนี้รื้อโครงสร้างพลังงาน แต่ที่วิกฤตและทำกันวันนี้มันไม่ใช่โครงสร้างปกติ เป็นสิ่งผิดปกติยิ่งกว่าตึก สตง.ถล่มเสียอีก
“แค่พฤติกรรมพ่อค้าซื้อน้ำมันก่อนสงครามมาขายในราคาสงครามและคนไทยต้องชดเชยผ่านกองทุนน้ำมัน ก็โคตรเอาเปรียบประชาชนกันเลย ซ้ำร้ายกลั่นลมแล้วต้องชดเชยลมอีก แต่ประชาชนได้รับน้ำมันตามที่ปั๊มได้รับ มันไม่เป็นการเอารัดเอาเปรียบประเทศนี้กันเกินไปเหรอ
“ขอเรียกร้องนายกฯ อีกสักครั้งว่า ต้องใช้อำนาจจัดการ แม้ท่านจะเป็นแบบอย่างซื้อรถไฟฟ้าส่วนตัวมาขับเข้าทำเนียบแล้วก็ตาม แต่สถานการณ์ถัดจาดนี้ไปความยุ่งยาก ความลำบากจะหนักขึ้น”
ดังนั้น ถ้าอยู่ในสภาพนี้ เดือนเมษายนทั้งเดือนและสงกรานต์ปั๊มไม่มีน้ำมันแล้ว รถจะติดกันอย่างระเนระนาด ถ้าประชาชนกลับบ้านสงกรานต์แล้ว คนการเมืองย่อมคิดได้ว่า เป็นเดิมพันใหญ่มาก รัฐบาลอย่างไงก็เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว
"คนไทยต้องเอาเงินภาษีอากรของเขาไปจ่ายชดเชยกลั่นลม เพราะกลั่นมากแต่ส่งปั๊มน้อย และต้องมาซื้อสินค้าแพงอีกเกือบทุกรายการ เจอทั้งขึ้นทั้งร่อง อย่างนี้จะให้ประชาชนรู้สึกอย่างไร วันนี้เขาไม่ต้องการรวยๆ ไม่ไหว (ตามหาเสียงไว้) หรอก”
#จตุพร #น้ำมันแพง #ดีเซล #โรงกลั่น #ราคาน้ำมัน #ราคาพลังงาน #ข่าวการเมือง #เศรษฐกิจไทย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline








