ข่าวภูมิภาค

กาฬสินธุ์น้ำมันวิกฤต! ชาวนากุ้งรวมบ่อประหยัดต้นทุน หวั่นรายได้หายช่วงสงกรานต์

แชร์ข่าว

ชาวนากุ้งกาฬสินธุ์ปรับตัวหนัก หลังน้ำมันพุ่งเกือบ 40 บาทต่อลิตร ขาดแคลนต่อเนื่อง เร่งขนย้ายกุ้งรวมบ่อเพื่อลดต้นทุนอาหาร-พลังงาน หวั่นกระทบรายได้ช่วงสงกรานต์ วอนรัฐเร่งแก้ปัญหา

วันที่ 26 มี.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากภาวะวิกฤติน้ำมันขาดตลาด และปรับราคาสูงขึ้นรวดเดียว 6 บาท ตกลิตรละเกือบ 40 บาท ส่งผลให้ราคาสินค้าและ การบริการต่างๆ มีการปรับขึ้นราคาตามกลไก เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน ขณะเดียวกันในกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม พื้นที่ อ.ยางตลาด และอ.เมืองกาฬสินธุ์ จ.กาฬสินธุ์ ที่เตรียมจับกุ้งสดจำหน่ายในเทศกาลสงกรานต์ ก็ได้มีการปรับตัว โดยขนย้ายกุ้งที่ได้อายุจับจำหน่ายจากหลายๆบ่อรวมกัน เพื่อเป็นบ่อพักรอจับจำหน่าย เป็นการลดพื้นที่ในการเลี้ยง ประหยัดน้ำมันเครื่องสูบน้ำและเครื่องทำออกซิเจน รวมทั้งเป็นวิธีการประหยัดรายจ่ายด้านค่าอาหารด้วย

นายธนากรณ์ ภูแป้ง กำนันตำบลบัวบาน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงนี้ที่ยังอยู่ในช่วงวิกฤติน้ำมันขาดแคลน และราคาสูงมากลิตรละ 40 บาท ส่งผลกระทบต่อเนื่องกับธุรกิจค้าขายกุ้งเป็นอย่างมาก ตนเป็นทั้งเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกรามและพ่อค้าคนกลาง รวมถึงพ่อค้าคนกลางอีกหลายรายจึงงดส่งกุ้ง เพราะไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันไปกลับเพียงพอหรือไม่

ขณะที่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก็ไม่มีออร์เดอร์เข้ามา ทำให้ขาดรายได้ ส่งผลกระทบทั้งระบบ ซึ่งก็ได้แต่คาดหวังว่ากลางสัปดาห์นี้ หรือถึงช่วงเทศกาลสงกรานต์ สถานการณ์คงจะดีขึ้น แต่ก็มีความกังวลว่าหากปั้มน้ำมันมีน้ำมันจำหน่าย คงมีการปรับขึ้นราคา ที่จะทำให้ราคาสินค้าทุกอย่าง มีการปรับขึ้นราคาขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น ราคาอาหารกุ้งก้ามกราม จากเดิมถุงละ 800 บาท ก็อาจจะเพิ่มเป็น 1,000 บาท หรือราคาอาหารปลา จากเดิม 400 บาท ก็อาจจะเพิ่มเป็น 600 บาท

นายธนากรณ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงน้ำมันขาดแคลน ราคาแพง อาหารกุ้ง-ปลาขึ้นราคาดังกล่าว และกำลังจะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ จึงพบว่าพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม มีการปรับตัวโดยลดพื้นที่เลี้ยง เพื่อประหยัดอาหาร ประหยัดน้ำมันเครื่องสูบน้ำ และเครื่องตีน้ำช่วยทำออกซิเจนในบ่อ โดยขนย้ายกุ้งที่มีอายุจับจำหน่ายจากหลายบ่อมารวมกันไว้ในบ่อเดียว ถือเป็นการคัดไซส์กุ้งขนาดตัวโตเพื่อจำหน่ายในโอกาสเดียวกัน หรือเป็นบ่อพักรอจับจำหน่ายในวันที่มีออร์เดอร์เข้ามาอีกด้วย

“อย่างไรก็ตาม ภาวะวิกฤติน้ำมันที่เกิดขึ้นนี้ ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการประกอบอาชีพเป็นอย่างมาก เพราะทุกคน ทุกอาชีพ ต้องเดินทาง ต้องทำงาน ต้องทำมาค้าขาย เพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่เตรียมกุ้งไว้จำหน่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์กลุ่มละ 6-7 ตัน โดยตั้งเป้ามีรายได้เป็นทุนหมุนเวียนและเพื่อใช้หนี้ ธกส. หากขายกุ้งไม่ได้อาจจะทำให้กุ้งน็อคตาย เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด

ดังนั้น ตนก็อยากเรียกร้องไปถึงรัฐบาลและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เร่งรีบแก้ไขปัญหานี้ให้หมดไป เพื่อพี่น้องประชาชน ทุกสาขาอาชีพ กลับมาดำเนินชีวิตและค้าขายอย่างปกติสุขเหมือนเดิม” นายธนากรณ์ กล่าว

ข่าวแนะนำ