เมื่อเวลา 11.05 น. วันที่ 23 มี.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาอธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า สำหรับสถานการณ์ในตะวันออกกลางยกระดับความตึงเครียด โดยคู่ขัดแย้งหลักรวมถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีการโจมตีประเทศสมาชิกคณะมนตรีความร่วมมือรัฐอ่าวอาหรับ (GCC) ด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ยังสามารถสกัดกันไว้ได้ นอกจากนี้ได้มีการโจมตีโดยอิหร่านไปยังพื้นที่ใกล้ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ของอิสราเอล ในเมืองดิโมนาและเมืองอารัก ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ซึ่งยังไม่ได้รับรายงานว่าคนไทยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยภายหลังผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก ได้ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับการลดระดับความตึงเครียดและการปกป้องพลเรือน
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์ในช่องทางฮอร์มุซ ยังคงตึงเครียดหลังเมื่อวัน 22 มี.ค. มีการเรียกร้องโดยประธานาธิบดีสหรัฐ ให้มีการเปิดช่องฮอร์มุซ ภายใน 48 ชั่วโมง ล่าสุดได้มีคำเตือนจากอิหร่านถึงการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบสารสนเทศ เนื่องจากสถานการณ์โดยรวมยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศ ย้ำให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งออกนอกพื้นที่ ติดตามข้อมูลจากทางการอย่างใกล้ชิด และลงทะเบียนกับสถานทูตที่รับผิดชอบ
นายปาณิดล กล่าวว่า ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง ในส่วนของอิสราเอลในวันที่ 24 มี.ค. กรมการกงศุลโดยสำนักงานหนังสือเดินทางชั่วคราวจังหวัดนครราชสีมา จะเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจครอบครัวแรงงานไทยในอิสราเอลที่เสียชีวิต จากเหตุถูกสะเก็ดระเบิด พร้อมทั้งจะช่วยติดตามและให้ความช่วยเหลือในเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอลกำลังประสานงานกับหลักหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสายการซึ่งคาดว่าจะเปิดทำการบินในวันที่ 27 มี.ค. เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า สำหรับอิหร่านและตุรกี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะรานและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างการอพยพแรงงานไทยฟาร์มกุ้ง 4 คน ออกจากเมืองบันดาอาบัส ประเทศอิหร่าน โดยมีกำหนดออกเดินทางทางบกในวันที่ 23 มี.ค. เพื่อข้ามไปตุรกี เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางปลอดภัยต่อไป
นายปาณิดล กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือ เพื่อออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางมายังประเทศไทย หรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,479 คน รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย








