ข่าววาไรตี้

7 เรื่องน่ารู้ “นางสงกรานต์” ไขตำนาน รหัสลับ และภูมิปัญญาพยากรณ์ปีใหม่ไทย

แชร์ข่าว

เมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนย้ายเข้าสู่ราศีเมษ เส้นแบ่งแห่งกาลเวลาได้เปิดฉากปีใหม่ตามคติพราหมณ์อีกครั้ง พร้อมการปรากฏกายของ “นางสงกรานต์” ผู้เปรียบเสมือนสารจากฟากฟ้า โดยมีโหรหลวงทำหน้าที่ถอดรหัสชะตา บอกเล่าชะตาบ้านเมืองและวิถีทางการเกษตรตลอดทั้งปี

ในปี 2569 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กระทรวงวัฒนธรรม ออกประกาศนามนางสงกรานต์ว่า “รากษสเทวี” ทรงพาหุรัด ทัดดอกบัวหลวง อาภรณ์แก้วโมรา ภักษาหารโลหิต พระหัตถ์ขวาทรงตรีศูล พระหัตถ์ซ้ายทรงธนู เสด็จยืนมาเหนือหลังวราหะเป็นพาหนะ

คำพยากรณ์โดยรวมของปีนี้ จะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ในบางพื้นที่ ประชาชนควรเตรียมการด้านสุขภาพและการเกษตรให้ดี

1. จุดกำเนิดจาก "ปริศนาธรรม" และการเสียสละ

ตำนานระบุว่า ท้าวกบิลพรหม ได้ลงมาท้าทายปัญหากับ ธรรมบาลกุมาร ว่า "ในหนึ่งวัน สิริ (มงคล) ของคนอยู่ที่ไหน?" * คำตอบคือ: เช้าอยู่ที่ หน้า (ต้องล้างหน้า), เที่ยงอยู่ที่ อก (ต้องประพรมน้ำหอม) และเย็นอยู่ที่ เท้า (ต้องล้างเท้าก่อนนอน)

เมื่อพ่ายแพ้ต่อปัญญา ท้าวกบิลพรหมจึงต้องตัดเศียรตนเองตามสัญญา แต่เนื่องจากเศียรนั้นมีฤทธิ์ร้ายแรง หากสัมผัสพื้นโลกจะเกิดไฟไหม้ โยนขึ้นฟ้าจะเกิดภัยแล้ง หรือทิ้งลงน้ำจะทำให้น้ำแห้งเหือด ธิดาทั้ง 7 จึงต้องผลัดกันนำพานมารองรับและแห่เวียนรอบเขาพระสุเมรุเป็นประจำทุกปี

2. นางทั้ง 7: ตัวแทนวันทั้ง 7 ในสัปดาห์

นางสงกรานต์จะเปลี่ยนองค์ไปตาม "วันมหาสงกรานต์" (วันที่ดวงอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษ)

1) วันอาทิตย์ - ทุงษะเทวี: ทัดดอกทับทิม กินมะเดื่อ ถือจักรและสังข์ ขี่ครุฑ

2) วันจันทร์ - โคราคะเทวี: ทัดดอกปีบ กินน้ำมัน ถือพระขรรค์และไม้เท้า ขี่เสือ

3) วันอังคาร - รากษสเทวี: ทัดดอกบัวหลวง กินเลือด ถือตรีศูลและธนู ขี่หมู

4) วันพุธ - มณฑาเทวี: ทัดดอกจำปา กินนมเนย ถือเหล็กแหลมและไม้เท้า ขี่ลา

5)วันพฤหัสบดี - กิริณีเทวี: ทัดดอกมณฑา กินถั่วงา ถือขอช้างและปืน ขี่ช้าง

6) วันศุกร์ - กิมิทาเทวี: ทัดดอกจงกลนี กินกล้วยน้ำ ถือพระขรรค์และพิณ ขี่ควาย

ึ7) วันเสาร์ - มโหทรเทวี: ทัดดอกผักตบชวา กินเนื้อทราย ถือจักรและตรีศูล ขี่นกยูง

3. อิริยาบถบอกเวลาและคำทำนายดวงเมือง

ท่วงท่าของนางสงกรานต์บนพาหนะถูกกำหนดโดย "ช่วงเวลา" ที่ดวงอาทิตย์เคลื่อนย้าย ซึ่งส่งสัญญาณถึงความเป็นไปของบ้านเมือง:

ยืนมา (06.00 - 12.00 น.): ทำนายว่าจะเกิดความเดือดร้อนเจ็บไข้ได้ป่วย

นั่งมา (12.00 - 18.00 น.): ทำนายว่าจะเกิดความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตาย และเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ

นอนลืมตามา (18.00 - 24.00 น.): ทำนายว่าประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุข สงบเรียบร้อย

นอนหลับตามา (24.00 - 06.00 น.): ทำนายว่าพระมหากษัตริย์จะทรงพระเจริญรุ่งเรืองดี

4. "ภักษาหาร" สัญญาณเตือนเศรษฐกิจ

สิ่งที่นางสงกรานต์เสวยมักสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหาร:

ผลไม้/ถั่วงา: พืชผลจะบริบูรณ์อุดมสมบูรณ์

น้ำมัน/นมเนย: สื่อถึงความมั่งคั่ง อาหารการกินไม่ขาดแคลน

เนื้อสัตว์/โลหิต: ตามคำทำนายโบราณให้ระวังความขัดแย้งหรือเหตุการณ์ไม่สงบ

5. อาวุธในมือ: รหัสแห่งการเฝ้าระวัง

อาวุธที่ถือสื่อถึงอำนาจและการคุ้มครอง หากปีไหนนางสงกรานต์ถืออาวุธดุร้าย เช่น พระขรรค์ ตรีศูล หรือปืน มักถูกตีความว่าเป็นปีที่ต้องระมัดระวังเรื่องอุบัติภัยใหญ่ๆ หรือความขัดแย้งในสังคม

6. นาคให้น้ำและเกณฑ์พิรุณศาสตร์

ตัวเลขนาคให้น้ำช่วยให้เกษตรกรเตรียมรับมือสภาพอากาศในรอบปี:

นาคยิ่งมากตัว ฝนยิ่งน้อย: (เปรียบว่านาคแย่งกันกินน้ำ ทำให้น้ำมาไม่ถึงพื้นดิน)

นาคน้อยตัว ฝนยิ่งมาก: (นาคทำหน้าที่ส่งน้ำได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย)

7. กุศโลบาย "Infographic แบบโบราณ"

ในยุคที่ไร้เทคโนโลยี นางสงกรานต์คือเครื่องมือสื่อสารที่ชาญฉลาดที่สุด:

ปฏิทินชุมชน: บอกจุดเริ่มต้นปีและวันมงคลได้อย่างแม่นยำ

พยากรณ์อากาศ: ช่วยวางแผนการเพาะปลูกผ่านสัญลักษณ์ที่จดจำง่าย

"นางสงกรานต์" ไม่ใช่เพียงเรื่องเล่าปรัมปรา แต่คือ "บันทึกสถิติและภูมิปัญญา" ที่บรรพบุรุษไทยถ่ายทอดผ่านคติความเชื่อ อันเป็นการผสานดาราศาสตร์ โหราศาสตร์ และวิถีเกษตรกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อเตรียมรับมือด้วยความไม่ประมาท

ภาพประกอบสร้างโดย AI

แชร์ข่าว