การเมืองทั่วไป

"กองทัพไทย" จัดใหญ่ 66 ปี รวม 13 อดีต ผบ.สูงสุด “บิ๊กอ๊อบ” สึกพระแล้ว เตรียมลุยเวทีโลก แจงปมไทย–กัมพูชา

แชร์ข่าว

13 ผบ.ทหารสูงสุด ร่วมงาน 66 ปี กองบัญชาการกองทัพไทย นำทีมโดย พลเอก วิโรจน์ แสงสนิท วัย 92 ปี ที่ยังคงเดินไหว  มาร่วมงาน “ผบ.ทรงวิทย์” ที่เพิ่งบวชพระ 3เดือน เพิ่งสึกออกมา เตรียมสวมบทบาทนักวิชาการ เดินสายบรรยายชี้แจงสถานการณ์ไทยกัมพูชา ทั้งในและต่างประเทศ

 

 

 

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน พิธีวันสถาปนา 66 ปี  ณ กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยมีอดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด 13 คน เข้าร่วมในพิธี เพื่อร่วมแสดงความยินดีและรำลึกถึงเกียรติภูมิของหน่วย

 

เข่น พลเอก วิโรจน์  แสงสนิท 2 พลเอก มงคล  อัมพรพิสิฏฐ์ พลเอก สมทัต  อัตตะนันทน์ พลเอก เรืองโรจน์  มหาศรานนท์ พลเอก บุญสร้าง  เนียมประดิษฐ์  พลเอก ธนะศักดิ์  ปฏิมาประก ร  พลเอก วรพงษ์  สง่าเนตร พลเอก สมหมาย  เกาฏีระ พลเอก สุรพงษ์  สุวรรณอัตถ์ พลเอก ธารไชยยันต์  ศรีสุวรรณพลเอก พรพิพัฒน์  เบญญศรี พลเอก เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ และ . พลเอก ทรงวิทย์  หนุนภักดี

 

กองบัญชาการทหารสูงสุดตั้งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2503 ซึ่งต่อมา เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการจัดส่วนราชการ ตามพระราชบัญญัติ  จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พุทธศักราช 2551 จาก “กองบัญชาการทหารสูงสุด” เป็น “กองบัญชาการกองทัพไทย” โดยยังคงให้ยึดถือวันที่ 16 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันสถาปนากองบัญชาการกองทัพไทย

 

กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผน ควบคุม อำนวยการ และประสานการปฏิบัติในการเตรียมกำลัง และใช้กำลังของกองทัพไทย ซึ่งประกอบด้วย กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการ นับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภารกิจ ด้านความมั่นคงของประเทศ โดยยึดมั่นในการปกป้อง พิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ การป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงของรัฐ การเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงกับมิตรประเทศ การช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศ ตลอดจนสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ปัญหาสำคัญของชาติ

 

จากภารกิจที่ผ่านมา กองทัพไทยได้บูรณาการกำลังและทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์อุทกภัย โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า เพื่อประสานการปฏิบัติงานของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ รวมทั้งได้สนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ตลอดจนการปฏิบัติภารกิจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

 

ควบคู่กับการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี ผ่านกลไกความร่วมมือระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมุ่งมั่นในการพัฒนากองทัพให้มีความทันสมัย ภายใต้แนวคิดกองทัพไทย ในพุทธศตวรรษที่ 26 หรือ “RTARF 2050” เพื่อเสริมสร้างความพร้อม ในการรับมือภัยคุกคาม และความท้าทายในอนาคต

 

ขณะที่  “ผบ.อ๊อบ” พลเอก ทรงวิทย์ หนุนภักดี อดีต ผบ.ทหารสูงสุด   มาร่วมงานด้วย โดยมัรายงานว่า  พลเอก ทรงวิทย์  ได้รับเชิญ เป็นอาจารย์ บรรยายพิเศษ ทั้งหลักสูตร วปอ. และ วปอ.บอ. และหลักสูตรทางทหารต่างๆ  ในบทบาท นักวิชาการ

 

พร้อม มีแผนจะเดินสายบรรยายในต่างประเทศ ในเวทีความมั่นคง  เพราะกำลังก่อตั้ง สถาบันด้านความมั่นคง ร่วมกับนักวิชาการ อาจารย์  จุฬาฯ และสถาบันต่างๆ ทั้งในและ ต่างประเทศ  เพื่อใช้เป็นเวที ในการไปชี้แจง เรื่องประเทศ โดยเฉพาะ สถานการณ์ไทย-กัมพูชาที่ผ่านมา  เพื่อให้ประชาคมโลกเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น   ในฐานะที่ ตอนเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการทางทหาร ได้มีส่วนสำคัญในการ  ปกป้องอธิปไตยและทวงคืนแผ่นดินไทย “ยุทธการยุทธบดินทร์” ตามแผนจักรพงษ์ภูวนารถ