"กลุ่มคนทำงาน" ยื่นสภาฯ เร่ง กม.ปฏิรูปเครดิตบูโร ปลดล็อกหนี้เสียโควิด
วันที่ 20 พ.ค.69 ที่อาคารรัฐสภา กลุ่มคนทำงาน นำโดย นางสาวกัญจ์บงกช เมฆาประพัฒน์สกุล แกนนำผลักดันร่าง พ.ร.บ.การประกอบข้อมูลเครดิต หรือ "กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโร" พร้อมด้วย นายชัชวาลล์ คงอุดม ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ และ น.ต.ดร.ปุณณัฐส์ นำพา รองเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ร่วมกันเข้ายื่นหนังสือแสดงเจตจำนงเพื่อเร่งรัดการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยมี ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ผู้บังคับบัญชากลวงงานประสานการเมืองและรับเรื่องราวร้องทุกข์ เป็นผู้รับหนังสือแทนประธานสภาฯ
โดย ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เปิดเผยถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า มีประชาชนติดเครดิตบูโรประมาณ 5 ล้านคน ซึ่งกว่าร้อยละ 90 อยู่ในวัยทำงานช่วงอายุ 22 - 60 ปี ทำให้คนกลุ่มนี้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ ร่างกฎหมายฉบับนี้จึงมุ่งปฏิรูปการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ โดยมีสาระสำคัญคือการยกเลิกการแช่แข็งลูกหนี้ หากชำระหนี้ครบและปิดบัญชีแล้วให้ลบประวัติทันที พร้อมห้ามธนาคารเปิดเผยข้อมูลต่อ
รวมถึงเสนอให้เปลี่ยนระบบการแสดงผลข้อมูลจากเดิมที่แสดงประวัติย้อนหลัง 36 เดือน มาเป็นการประมวลผลด้วยระบบคะแนนเครดิต (Credit Scoring) แทน เพื่อให้ผู้ที่มีคะแนนสูงได้รับดอกเบี้ยต่ำ และผู้ที่คะแนนต่ำได้รับดอกเบี้ยสูง ซึ่งจะช่วยให้ทุกคนได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังเสนอให้ยกเลิกค่าธรรมเนียมการตรวจสอบข้อมูลเครดิตของตนเองผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และที่สำคัญคือการลบประวัติเสียของประชาชนรหัส 21 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยจะไม่นำมาคำนวณคะแนนเครดิตในอนาคต ซึ่งถือเป็นการนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ล้มจากวิกฤตโรคระบาดได้กลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง และเป็นแนวทางแก้หนี้นอกระบบได้อย่างแท้จริง
ขณะที่ นายวีระพุทธิรัน วีนาซีมูทู ตัวแทนประชาชน ได้สะท้อนปัญหาว่าระบบปัจจุบันยังคงแช่แข็งทางการเงินของลูกหนี้ด้วยการแสดงประวัติย้อนหลังถึง 3 ปี แม้จะชำระหนี้ครบแล้วก็ตาม ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบและต้องหันไปพึ่งพานอกระบบแทน จึงเห็นด้วยกับการเปลี่ยนมาใช้ระบบคะแนนเครดิตเพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนกลับเข้าสู่ระบบสินเชื่อได้อีกครั้ง นอกจากนี้ตัวแทนประชาชนบางส่วนยังระบุว่า การผิดนัดชำระหนี้เพียงครั้งเดียวอาจทำให้ติดประวัติเป็นเวลานานจนบางรายมีอายุเกินเกณฑ์การผ่อนชำระของธนาคาร หรือไม่สามารถเข้าถึงโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของรัฐได้ กฎหมายปฏิรูปเครดิตบูโรจึงถือเป็นกลไกสำคัญในการคืนโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ทั้งนี้ ว่าที่ร้อยตรี สัณห์ พิยะ ได้กล่าวยืนยันภายหลังรับหนังสือว่า จะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งต่อประธานสภาฯ เพื่อเสนอเข้าสู่ระเบียบวาระการพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป








