กองทัพไทย เตรียมเสนอ ครม. ตั้ง “หน่วยบัญชาการรบร่วมฯ 4 มิติ “ในงบปี 2570 ผลักดัน ”ระบบอัตโนมัติ “เรือไร้คนขับ - โดรน - ยานยนต์ - ตรวจจับภัยคุกคาม พร้อมวางแผนจัดซื้อยุทโธปกรณ์ใหม่อีกกระทอก
วันที่ 18 พ.ค.69 พลตรี วิทัย ลายถมยา โฆษกองบัญชาการกองทัพไทย แถลงภายหลังการประชุมผู้บัญชาการเหล่าทัพ ว่า ที่ประชุมได้นำเสนอแนวทางการพัฒนาขีดความสามารถร่วม ระบบอัตโนมัติ (Autonomous Systems) หรือเทคโนโลยีชั้นสูงที่นำมาวิเคราะห์ตัดสินใจด้วยตัวเอง ที่แบ่งระดับการทำงาน 3 ระดับ
1.ระดับที่มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย เช่น โดรนโจมตี , หุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิด
2.ระบบทำงานเองภายใต้การกำกับดูแลและแทรกแซงโดยมนุษย์เป็นช่วงๆ เช่น เรือไร้คนขับ , ขบวนยานยนต์อัตโนมัติ
3.ระบบที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นระบบที่ดำเนินการเองทั้งหมด ที่จะนำมาใช้ในสภาวะเสี่ยงอันตราย ที่มนุษย์เข้าไม่ถึง เช่น ฝูงโดรนอัตโนมัติ หรือ ระบบกวาดทุ่นระเบิดอัตโนมัติ
สำหรับประโยชน์ที่นำระบบอัตโนมัติมาใช้มีอยู่ 5 ประการ ได้แก่ ความเร็ว , ความต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง , ความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในสนามรบ , ความแม่นยำล็อกเป้าหมายเซ็นเซอร์ , การเชื่อมโยงข้อมูลทางบก-ทางน้ำ-ทางอากาศ-ไซเบอร์
ทั้งนี้กองบัญชาการกองทัพไทยได้นำระบบอัตโนมัติมาใช้งานแล้ว เช่น ระบบตรวจจับภัยคุกคามไซเบอร์ ผ่านระบบเอไอ , การใช้ไดรนอพยพผู้ประสบภัยและขนส่ง , รถกวาดล้างทุ่นระเบิด
สำหรับแผนงานในอนาคตกองบัญชาการกองทัพไทยมีเป้าหมายของการตั้งหน่วยใหม่ คาดว่าปีงบประมาณ 2570 จะมีการก่อตั้งหน่วยบัญชาการขีดความสามารถร่วมกองทัพไทย (Joint Capabilities Command : JCC)
ซึ่งในปัจจุบันมีการออกคำสั่งภายในการปฎิบัติราชการซึ่งเป็นการทดลองงานก่อนที่จะมีการอนุมัติจาก คณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งจะมีการเดินหน้าความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ได้แก่ กระทรวงกลาโหม สถาบันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และสถาบันการศึกษาชั้นนำต่างๆ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อผลิตระบบอากาศยานไร้คนขับ และระบบต่อต้านโดรนได้เองภายในประเทศ พร้อมทั้งปรับปรุงกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการวิจัยและพัฒนา
“การวางแผนร่วมและการจัดซื้อระบบที่สามารถใช้ร่วมกันในทุกมิติทางบก ทะเล อากาซ ไซเบอร์ พยายามที่จะให้ทุกระบบสามารถใช้งานร่วมกันได้ และเต็มประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริง”








