ภูมิใจไทยเคาะชื่อแล้ว! "โสภณ ซารัมย์" สส.บุรีรัมย์ อดีตรมต.เก๋าเกม พร้อมนั่งคุมเกมสภาล่าง จับคู่สส.ลพบุรี "มัลลิกา" มั่นใจผู้ใหญ่ในพรรคคัดสรรมาอย่างดีเพื่อประโยชน์ชาติ ไม่หวั่นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กินรวบ “สภาสูง-สภาล่าง” มาจากบ้านใหญ่บุรีรัมย์ทั้งคู่ ลั่นเป็นเรื่องความเหมาะสมตามกลไกประชาธิปไตย ย้ำชัดไม่หนักใจเจอฝ่ายค้าน "อาวุธหนัก" พร้อมคุมเกมให้อยู่ในระเบียบวินัย
วันที่ 12 มี.ค.2569 เวลา 15.35 น.ที่พรรคภูมิใจไทย นายโสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมพรรคมีมติ เสนอชื่อตน เข้ารับเสนอชื่อเป็น ประธานสภาผู้แทนราษฎร และน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วานิช สส.ลพบุรี เป็นรองประธานสภาคนที่ 1 อย่างเป็นทางการ โดยหลังรัฐพิธี ในวันที่ 14 มี.ค. จากนั้น ในวันที่ 15 มี.ค. จะมีการนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกประธานและรองประธานสภา ส่วนเหตุผลที่พรรคเสนอชื่อตนนั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ และกรรมการบริหารพรรคเห็นถึงความเหมาะสม ในการทำงานในสภาได้ สำหรับตนมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ ตนได้เรียนแล้วว่าไม่ว่าตำแหน่งไหนก็พร้อมทำงานได้ ด้วยความตั้งใจ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์ว่าประธานวุฒิสภาเป็นคนบุรีรัมย์ ประธานสภาก็เป็นคนบุรีรัมย์ นายโสภณ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะเรื่องของวุฒิสภาตนไม่เกี่ยวข้อง ไม่ยุ่ง เพราะเป็นเรื่องของวุฒิสภา แต่ถ้าสมมุติพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสียงข้างมาก ตนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับการเสนอชื่อ ซึ่งสื่อเองก็ได้ถามตนว่าพรรคมีเหตุผลอะไร พรรคคำนึงถึงความเหมาะสม บางส่วนบังเอิญเป็นคนบุรีรัมย์ไปตรงกันก็อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเราไม่สามารถกำหนดได้ว่า คนบุรีรัมย์แล้วเป็นไม่ได้
“แต่ถ้าผมไม่เหมาะสมก็เข้าใจกันได้ ซึ่งถ้าผมเป็นสส.บุรีรัมย์ แล้วไม่เหมาะสม ด้วยคุณสมบัติอะไรก็ตาม เป็นเรื่องของสังคมที่ต้องมอง แต่ถ้าพรรคเห็นว่าผมเหมาะสม เข้าไปแล้วทำงานได้ก็เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม พิสูจน์การทำงาน”นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่าเป็นการกินรวบ ระหว่างสภาสูงกับสภาล่าง นายโสภณ กล่าวว่า กินรวบหรือไม่ให้ดูที่การทำงาน จังหวัดอะไรก็ได้ถ้าจะทำงานแบบกินรวบก็ทำได้ มันอยู่ที่เราทำงานพิสูจน์ ซึ่งไปพิสูจน์กันตอนที่ทำงานก็แล้วกัน
เมื่อถามว่า รู้สึกหนักใจหรือไม่เพราะฝ่ายค้านรอบนี้ มีทั้งพรรคประชาชน ประชาธิปัตย์(ปชป.และพรรคกล้าธรรมดูเหมือนว่ามีอาวุธหนักทั้งนั้น นายโสภณ กล่าวว่า ไม่หนักใจ ทุกฝ่ายทำหน้าที่ ฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ของเขา รัฐบาลก็ทำหน้าที่ของรัฐบาล ฝ่ายบริหารก็ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติก็ทำหน้าที่นิติบัญญัติ ประธานก็มีหน้าที่ควบคุมการทำงานให้เที่ยงธรรมเท่านั้นเอง







