8 มี.ค.2569 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat เรื่อง “รายงานสถานการณ์สงครามให้เพื่อนธรณ์ ตอนนี้กุมขมับครับ” เนื้อหาระบุ
สถานการณ์บานปลาย ไม่มีอะไรดีขึ้นเลย การโจมตีเริ่มขยายวง จากเดิมจำกัดอยู่ที่เกี่ยวข้องกับทหาร ตอนนี้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โรงผลิตน้ำของอิหร่านถูกโจมตี ตะวันออกกลางขาดแคลนน้ำ แทบทุกประเทศมีโรงผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเล จึงถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก หากโดนโจมตีจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้คน อิหร่านโกรธมาก บอกว่าอีกฝ่ายเริ่มก่อน การโจมตีจึงอาจขยายวงเพิ่มขึ้นอีก
สำหรับน้ำมัน/ก๊าซ มีแต่ข่าวร้าย ช่องแคบยังปิด มีเรือโดนโจมตีเป็นระยะ น้ำมันเริ่มล้นสายผลิต จำคำว่า Force Majeure ที่บอกเพื่อนธรณ์ไปแล้วได้ใช่ไหม “เหตุสุดวิสัย ขออำลา“ เริ่มจากบ.ก๊าซในการ์ตาประกาศปิดด้วยคำนี้ เพราะผลิตแล้วไม่มีใครขนออกไป ก๊าซใช้ถังราคาแพง สต็อคจึงเก็บได้น้อย จึงขอประกาศก่อน ตามด้วยบ.น้ำมันแห่งต่างๆ เช่น อิรัก มาถึงตอนนี้ บ.คูเวตประกาศขออำลา ปิดสายการผลิตขนาดยักษ์ในประเทศ
ขนาดเท่าไหร่คะ ? คำตอบคือรู้ไปก็เท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนี้อีกแป๊บเดียว บริษัทอื่นๆ ที่พึ่งพาการส่งออกปิโตรเลียมผ่านช่องแคบ ก็คงต้องกล่าวอำลา
ไม่ต้องโดนบอมบ์ก็ต้องปิด การเปิดสายผลิตใหม่ใช้เวลาหลายวัน ไม่ใช่สวิตช์ไฟเปิดปิดตามใจ บวกกับข่าวอื่นๆ ที่เกิดขึ้น เช่น โรงกลั่นน้ำมัน ถังเก็บ ฯลฯ ของทั้ง 2 ฝ่ายโดนโจมตีและทำลาย น้ำมันคงพุ่งฟิ้วๆ สูงขึ้นไป จากราคาปิด 92 เหรียญนิดๆ ในวันศุกร์ ในวันจันทร์จะพุ่งไปแค่ไหน ไม่มีใครตอบได้ แต่หลายฝ่ายบอกว่าคงทะลุ 100 เหรียญใน 1-3 วัน จากนั้นก็ต้องตามดูว่าจะไป 120-150 เหรียญเมื่อไหร่สงครามไม่ต้องรุนแรงขึ้น แค่คงอยู่ ช่องแคบปิด แบบนั้นราคาปิโตรเลียมก็ขึ้นไปเรื่อยๆ แล้วครับ
ในช่วงสิบปีนิดๆ ที่ผ่านมา เราเคยจ่ายค่าน้ำมันแก๊สโซฮอล์สูงสุดลิตรละแตะ 50 บาท ตอนนั้นน้ำมันอยู่แถว 150 แต่แป๊บเดียว
ถ้าเอาใกล้หน่อยคือช่วงปลายโควิด โลกกลับมาผลิตน้ำมันไม่ทัน น้ำมันขึ้นถึง 120+ เราจ่าย 40+ บาท (น้ำมันดีเซลถูกคุมราคา ผมจะใช้แก๊สโซฮอล์เทียบ) กองทุนน้ำมันขาดทุนไป 1.3 แสนล้าน ต้องใช้เวลาเป็นปีถึงจะกลับมาได้ (หมายถึงน้ำมันโลกลดแล้ว เรายังลดตามไม่ได้ เพราะต้องใช้คืนกองทุน) แต่หนนั้นรู้สาเหตุแน่นอน เมื่อการผลิตเร่งขึ้น ราคาน้ำมันก็ลง (อันที่จริง กำลังผลิตของโลกปีนี้ล้นตลาดนิดๆ ด้วยซ้ำ หากไม่มีสงครามเกิดขึ้น)
สถานการณ์ตอนนี้ต่างจาก 4 ปีก่อน เพราะสงครามจะยาวนานแค่ไหนไม่มีใครรู้ อาจจบสัปดาห์หน้า อาจลากยาวไปหลายเดือน ทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม หากน้ำมันขึ้นไปแบบนี้ โอกาสลงมีอย่างเดียวคือสงครามต้องจบ ซึ่งไม่มีใครตอบได้ว่าจบเมื่อไหร่ เป็นกำลังใจให้ท่านรมต.และเพื่อนๆ ในกระทรวงพลังงาน/องค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง สถานการณ์แบล็คสวอนที่เคยซ้อมกัน เป็นจริงแล้วครับ
การเดินทางก็เช่นกัน สนามบินเปิดแบบเฉพาะเที่ยวจริงๆ และเปิดๆ ปิดๆ จนไม่มีใครทำนายได้ว่าเมื่อไหร่ โอกาสที่การบินจะมาเป็นปรกติเหมือนเดิมทุกประการ ไม่มีใครตอบได้ แค่เศษโดรนตกลงมาใกล้ๆ ก็ต้องปิดแล้ว ผลกระทบยังขยายไปสู่เที่ยวบินอื่นๆ เพราะเกิดการแย่งกันเดินทาง จะอ้อมโลกหน่อยก็ไม่เป็นไร มีธุระสำคัญจริง บวกกับค่าน้ำมันเครื่องบินที่พุ่งเร็วมาก (แรงกว่าน้ำมันดิบด้วยซ้ำ) ทำให้การไปเที่ยวของมนุษย์โลกคงได้รับผลกระทบไทยคือประเทศท่องเที่ยว เราโดนแน่นอน ทั้งนักท่องเที่ยวที่อาจหายไป ทั้งน้ำมันที่แพงขึ้น ค่าน้ำมันเป็นต้นทุนหลักของการเที่ยวทางทะเล (เรือกินน้ำมันมากกว่ารถเยอะ แถมเรือเร็วที่เรานิยมใช้ เติมเบนซินนะครับ) เป็นกำลังใจให้เพื่อนธรณ์ในวงการ
ที่สำคัญ อย่าลืมป้องกันความเสี่ยง เตรียมรองรับค่าน้ำมันที่อาจเพิ่ม 30-50% (หรือกว่านั้น ตอบไม่ได้) จัดทริปดำน้ำไปเที่ยว บอกกันไว้เนิ่นๆ ว่าอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีเหตุสุดวิสัย ไม่งั้นจะผิดใจกันเปล่าๆ ยังรวมถึงวงการอนุรักษ์ดูแลทะเล ผมเขียนไปแล้วว่าให้ระวัง ! งบส่วนใหญ่เราลงไปกับค่าน้ำมันเรือ ลาดตระเวน วิจัย ดูแลทะเล ฯลฯ
น้ำมันจะกลายเป็นอุปสรรคหลักในปีนี้ และอาจทำให้ถึงขั้นทำไม่ได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ ยังรวมถึงงบสนับสนุนจากภาคเอกชนทั้งหลาย เขาก็แย่แล้ว คงยากมาช่วยเรา เมื่อพลังงานแพง ทุกอย่างก็แพงตาม ทุกคนล้วนกระทบ หากสงครามลากยาวหลายเดือน ลืมๆ ไปเหอะ GDP 2% เอาแค่ไม่ติดลบก็บุญแล้ว
รัฐบาลใหม่เจอปัญหาใหญ่ตั้งแต่ก่อนตั้ง อยากขอมืออาชีพให้เข้ามาช่วยมาดูแลในทุกด้าน ไม่งั้นเราแย่แน่ เวลานี้ต้องช่วยกันครับ จะคิดแค่เรื่องการเมืองคงไม่ได้ สถานการณ์บีบคั้นมาก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมัน แต่เศรษฐกิจโลกอาจเปลี่ยนทิศทาง คราวนี้มาเรื่องการเงินส่วนบุคล ตอนนี้คนทั้งโลกเริ่มเน้นลดความเสี่ยง เก็บเงินสด ทองยังไม่พุ่งเหมือนที่ควรเป็น เงินสดเท่านั้นสำคัญสุด กองทุนระดับโลกยังเป๋ เพราะเมื่อคนอยากได้เงินลงทุนคืนพร้อมๆ กัน การจ่ายแทบเป็นไปไม่ได้
อนึ่ง เงินสดในที่นี้นับรวมเงินในธนาคารนะครับ เพราะธนาคารคงไม่เจ๊ง ผมก็เก็บไว้ในธนาคาร ไม่ต้องรีบไปธนาคารถอนเงินมาใส่ตุ่มในบ้าน แค่สลับย้ายพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตลาดหุ้นเป็นไง ? เมื่อวันศุกร์ธรณ์สอนไปขายหุ้นไป น้ำเสียงสั่นเครือจนลูกศิษย์รู้สึกได้ อาจารย์ขา ถ้าโลกร้อนมันน่ากลัวจนอาจารย์ร้องไห้ หนูจะหนีไปดาวอังคาร ไม่ได้ร้องไห้เพราะโลกร้อนเฟ้ย แบบนั้นยังพอรับมือปรับตัวตามเวลาที่เปลี่ยนไป ครูกำลังร้องไห้ให้พอร์ตหุ้นครู สงครามมันมาแรงเร็วเกินคาด แต่ในน้ำตายังมีรอยยิ้มแอบแฝง แทงสวนธรณ์ชอบ (สวนให้ถูกตัวนะ)
ถึงเวลาสรุป สงครามแรงขึ้น ขยายวงไปสู่การโจมตีโครงสร้างอื่นๆ ไม่มีวี่แววว่าจะเจรจา ราคาน้ำมันคงถึง 100 เหรียญในไม่ช้า และเดาไม่ถูกว่าจะจบตรงไหน/นานแค่ไหน (ในไม่ช้าคืออะไร ? หากเปิดความลับในใจ ในไม่ช้าของผมอาจเป็นวันจันทร์ ) จึงเป็นปีม้าที่ร้อนแรง ม้าร้องฮี้…ฮิ้วววว พุ่งไปข้างหน้าแบบพยศสุดขีด ใครไม่ระวังมีโอกาสตกม้าง่ายๆ หรือไม่ก็โดนยูนิคอร์นเสียบ
ระวังไว้ ! เริ่มจากวันจันทร์ เรามาติดตามราคาน้ำมันกันครับ








