สัญญาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ (27 เม.ย.) โดยได้รับแรงหนุนจากความกังวลด้านอุปทาน หลังการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเกิดความล่าช้า รวมถึงข้อจำกัดด้านการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการส่งออกน้ำมันโลก ส่งผลให้ตลาดยังคงเผชิญภาวะตึงตัว
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 1.97 ดอลลาร์ หรือ 2.09% ปิดที่ 96.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน และยังเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง
ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 2.90 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 เมษายน และเป็นการปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 6
แรงหนุนสำคัญมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ สั่งยกเลิกกำหนดการเดินทางของสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนเจรจา ส่งผลให้บทบาทของปากีสถานในการเป็นตัวกลางรื้อฟื้นกระบวนการสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านต้องเผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันราคาน้ำมันในระยะสั้น โดยเฉพาะหากความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ








