การเมืองทั่วไป

“ทวี สอดส่อง” ซัดปม "บัตรเขย่ง" เขย่าศรัทธาเลือกตั้ง 69 จี้ "กกต." เร่งชี้แจงสังคม

แชร์ข่าว

เมื่อวันที่ 22 ก.พ.69 พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Tawee Sodsong - พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง" ระบุว่า #บัตรเขย่ง ไม่ใช่เพียงความคลาดเคลื่อนของตัวเลข แต่เป็นสัญญาณอันตรายว่าความศักดิ์สิทธิ์ของการเลือกตั้งกำลังถูกท้าทาย !

การเลือกตั้ง คือรากฐานของประชาธิปไตย และความสุจริตเที่ยงธรรม..

คือ 'สัญญาประชาคม' ระหว่างรัฐกับประชาชน !

แต่เมื่อใดที่กระบวนการนี้ถูกตั้งข้อสงสัย ความเชื่อมั่นย่อมสั่นคลอน และความขัดแย้งในสังคมจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้จุดกระแสคำถามครั้งใหญ่

โดยภายหลังจาก 'กกต.' เปิดผลการนับคะแนนเลือกตั้ง ส.ส. แบ่งเขตและบัญชีรายชื่อผ่านเว็บไซต์สำนักงาน กกต. ที่ชื่อ 'ECT Report 69' ในวันที่ 18 ก.พ. ต่อมามีนักวิชาการชื่อดังสองท่าน ทั้งอาจารย์สฤณี อาชวานันทกุล และอาจารย์ลอย ชูพงษ์ทอง นำข้อมูลมาวิเคราะห์เชิงสถิติ กระทั่งปรากฏข้อสังเกตสำคัญว่า มี #บัตรเขย่ง และ #บัตรขย่ม รวมกันสูงถึงประมาณ 324,000 ใบ !

ที่น่ากังขาก็คือ ในวันที่ 20 ก.พ. หรือถัดมาเพียงสองวัน... 'กกต.' กลับ 'ปิด' เว็บ Ect Report 69 ดังกล่าว ซึ่งทำให้การร่วมตรวจสอบคะแนนจากภาคส่วนอื่นๆ ทำได้ยาก

ตัวเลข 'บัตรเขย่ง-บัตรขย่ม' ระดับหลักหลายแสนใบนี้ กกต.จึงไม่สามารถอธิบายปัดตกไปได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้คำว่า 'Human Error' แต่นี่คือ 'เหตุอันควรสงสัยหรือความปรากฏ' ตามกฎหมาย ที่เรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต้องทำงานเชิงรุก ไม่ใช่ตั้งรับรอคนมาร้องเรียน กกต. มีอำนาจเต็มพิกัดในการสืบสวน ไต่สวน สั่งระงับ หรือแม้แต่สั่งเลือกตั้งใหม่ได้ทันที เพื่อคุ้มครองความบริสุทธิ์ของคะแนนเสียง

วันนี้ สังคมไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว แต่ต้องการคำตอบใน 3 วิกฤตศรัทธา ดังต่อไปนี้

1. วิกฤต "ความลับ" ของคูหาเลือกตั้ง

การพิมพ์ QR-Code ในบัตรสีเขียว (แบ่งเขต) และ Barcode ในบัตรสีชมพู (บัญชีรายชื่อ) ทำให้การเลือกตั้ง "ไม่เป็นความลับ" ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งอย่างชัดเจน

นี่คือการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครองสูงสุดและผู้ตรวจการแผ่นดินในขณะนี้

2. วิกฤต “บัตรเขย่ง” บัตรผีที่มากกว่าคน

เมื่อจำนวนบัตรในหีบ มากกว่าจำนวนผู้ลงชื่อรับบัตรจริง

นี่ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางเทคนิค แต่เข้าข่ายมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งอาจไม่สุจริต

กกต. ต้องเร่งกระบวนการสืบสวนและเปิดเผยข้อเท็จจริงโดยพลัน

3. วิกฤต “ส่วนต่างผิดธรรมชาติ” ของบัตรสองสี

ผู้มีสิทธิ 1 คน รับบัตร 2 ใบ กากบาท 2 ครั้ง และหย่อนลงหีบพร้อมกัน

แต่เมื่อนับคะแนนเสร็จสิ้น กลับพบส่วนต่างของจำนวนบัตรทั้งสองประเภทอย่างมหาศาล

ความผิดปกตินี้สะท้อนถึงความบกพร่องที่ต้องถูกตรวจสอบเชิงลึก

หนทางเดียวที่จะกู้วิกฤตศรัทธาคืนมาได้ คือการ “เปิดกล่องดำ” ของกระบวนการจัดการเลือกตั้ง โดย กกต. ต้องกล้าที่จะดำเนินการในประเด็นสำคัญๆ เหล่านี้

- ตั้งคณะทำงานร่วมตรวจสอบ (Audit) โดยมีตัวแทนภาคประชาชน ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบคอมพิวเตอร์ และนิติวิทยาศาสตร์ เข้าร่วม

- ตรวจสอบต้นขั้วบัตร เทียบลายเซ็นหรือรอยนิ้วมือกับบัตรที่ใช้จริง และตรวจสอบบัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ

- เปิดเผยขั้นตอนทั้งหมด เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้ เพราะนี่คือข้อมูลสาธารณะ

นี่ไม่ใช่การกล่าวหา แต่คือการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อปกป้องอำนาจอธิปไตยของประชาชน

หากทุกอย่างทำด้วย 'ความสุจริต' การเปิดเผยความจริงคือหนทางเดียวที่จะกู้ศรัทธาของสังคม

แต่หากเลือกที่จะ 'นิ่งเฉย' ปล่อยให้ความคลุมเครือกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ ความเสียหายจะไม่หยุดอยู่แค่การเลือกตั้งครั้งนี้ แต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยทั้งระบบ

หนึ่งสิทธิ-หนึ่งเสียงของประชาชนคืออำนาจสูงสุดของประเทศ และไม่มีองค์กรใดอยู่เหนือการตรวจสอบ !

ผมขอเรียกร้องให้ 'กกต.' ใช้กลไกทางกฎหมายอย่างเต็มที่ เปิดเผยความจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะเพื่อให้การเลือกตั้งปี 2569 ถูกจดจำในฐานะจุดเปลี่ยนของความโปร่งใส.. ไม่ใช่สัญลักษณ์ของความเงียบงันและการเลือกตั้งที่ 'โกงมากที่สุด' นับตั้งแต่มีขึ้นในประเทศไทย

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง

หัวหน้าพรรคประชาชาติ

#ทวีสอดส่อง #บัตรเขย่ง #เลือกตั้ง2569 #ข่าวการเมือง #กกต #ECTReport69 #ข่าวการเมืองวันนี้ #เลือกตั้งไทย #การเมืองไทย #ข่าวไวรัลวันนี้

ข่าวแนะนำ