การเมืองทั่วไป

ทนายเชาว์ ซัด กกต. ปมบัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำเลือกตั้ง “ติดล็อก” เสี่ยงขัดรธน. ม.85 ชี้ “ลับ” ต้องลับจริง ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับความเชื่อใจ

แชร์ข่าว

วันที่ 14 ก.พ.69 นายเชาว์ มีขวด อดีตรองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ Facebook Chao Meekhuad เรื่อง บัตรเลือกตั้งติดรหัส ทำการเลือกตั้งติดล็อก มีเนื้อหาระบุว่า ฟังคำชี้แจงของ กกต. และอ่านบทความของอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ แล้ว ยิ่งทำให้ประเด็น “บัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด/คิวอาร์โค้ด” ชัดเจนขึ้นในทางที่น่ากังวลกว่าเดิม ข้อเท็จจริงที่ยอมรับกันแล้วคือ บาร์โค้ดนั้น “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังข้อมูลผู้ลงคะแนนได้” เพียงแต่ยืนยันว่าจะเก็บเป็นความลับ และเข้าถึงได้เฉพาะตามมติ กกต. ในกรณีมีคำร้องทุจริตเท่านั้น กกต.อ้างระเบียบว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ข้อ 129 ที่ให้อำนาจกำหนดรหัส เครื่องหมาย หรือข้อความพิเศษในบัตรเลือกตั้งได้ โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า เพื่อรักษาความสุจริตเที่ยงธรรม บัตรถูกพิมพ์พร้อมลายน้ำและบาร์โค้ด ระบุเล่มและลำดับ เพื่อควบคุมจำนวนและป้องกันบัตรปลอม

หลังปิดหีบจะรวบรวมเอกสารทั้งหมดเก็บรักษาอย่างเป็นระบบ การจะเชื่อมโยงบัตรกับตัวบุคคลต้องผ่านหลายขั้นตอน ทั้งศูนย์เก็บบัตร บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิ และเครื่องสแกนเฉพาะ ซึ่งบุคคลทั่วไปหรือพรรคการเมืองไม่สามารถเข้าถึงได้

นายเชาว์ระบุด้วยว่าคำชี้แจงทั้งหมดนี้ กลับยิ่งตอกย้ำปัญหาเชิงหลักการ รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 85 บัญญัติชัดว่า การเลือกตั้งต้องเป็น “การออกเสียงโดยตรงและลับ” คำว่า “ลับ” ตามเจตนารมณ์ ไม่ได้หมายถึง “เปิดได้ แต่เปิดยาก” หรือ “เปิดได้ แต่เปิดเฉพาะบางคน” แต่หมายถึงต้องไม่มีใครสามารถเชื่อมโยงได้ว่าใครลงคะแนนให้ใคร

“ความลับของบัตรเลือกตั้งจึงต้องเป็น “ความลับโดยโครงสร้าง” ไม่ใช่ “ความลับที่ต้องอาศัยความเชื่อใจ” ต่อให้ต้องผ่านหลายขั้นตอน ต่อให้ต้องมีมติ กกต. ต่อให้บุคคลทั่วไปเข้าไม่ถึง ตราบใดที่ระบบถูกออกแบบให้ “สามารถเชื่อมโยงกลับไปยังตัวบุคคลได้” หลักการความลับของการลงคะแนนก็ถูกสั่นคลอนตั้งแต่ต้นทางแล้ว” นายเชาว์ระบุ

อดีตรองโฆษกพรรคปรชาธิปัตย์ระบุด้วยว่า ระเบียบ ข้อ 129 เป็นกฎหมายลำดับรอง ไม่อาจขยายอำนาจไปกระทบสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้ การป้องกันบัตรปลอมเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่อาจแลกกับหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้ง มีวิธีป้องกันบัตรปลอมอีกมากที่ไม่ต้องทำให้ “ความลับ” ในการลงคะแนนตกไปอยู่ในมือของ กกต. เพราะหากบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปหาตัวผู้ลงคะแนนได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การเลือกตั้งนั้นก็ย่อมขัดกับหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และด้วยเหตุนี้ บัตรเลือกตั้งติดรหัส อาจทำให้การเลือกตั้งติดล็อก และเรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ

แชร์ข่าว