วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือดตั้ง (กกต.) โดยมีแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม - United Front of Thammasat and Demonstration และผู้ร่วมชุมนุมกว่า 200 คน เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องผลการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ให้มีการนักคะแนนใหม่ทั่วประเทศ โดยมี พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. รับหนังสือร้องเรียน มีใจความสำคัญว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศและการมีกกต.มีไว้ทำไมนี้คือสิ่งที่ ถูกตั้งคำถามมากที่สุดในสังคม ไทย ภายหลังปรากฏว่ามีความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ การออกเสียงประชามติเมื่อ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560, ได้บัญญัติไว้ว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ในการควบคุม ดำเนินการ และจะให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไป โดยสุจริต และเที่ยงธรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ในหลายเขตเลือกตั้ง กลับกลายเป็นการปฏิบัติหน้า ที่ บกพร่อง ล้มเหลว และสุ่มเสี่ยง ต่อการเอื้อประโยชน์ ให้ กลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง จนเป็นที่ประจักษ์ได้ว่าเกิดการทุจริต อย่างร้ายแรง และไม่อาจเชื่อ ถือได้ว่าคณ ะกรรมการ การเลือกตั้ง ปฏิบัติหน้าที่อย่าง สุจริต และเที่ยงธรรม
จากการที่ได้สังเกตการณ์ และการรวบรวมหลักฐาน พบความผิดปกติ ที่เป็นแบบแผน เดียวกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็น 1. เหตุการณ์ไฟดับระหว่างการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้งที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ทางดารเมืองของกลุ่ม การเมืองบางกลุ่ม ,2 การนับผลคะแนนที่ไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง การนับคะแนนที่กำกวม ไม่โปร่งใส และ สอดเจตนาบิดเบือน ,3.การ รายงานผลเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ที่ผิดพลาด ล่าช้า หยุดชะงัก และมีการปรับแก้ คะแนนให้ลดลงจนผิดสังเกต ,4. การใช้อำนาจโดยมิชอบของคณ ะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในการกีดกันการ ตรวจสอบของประชาชน
จากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบได้ เนื่องจากคณะกรรมการประจำ หน่วยเลือกตั้งทุกท่านล้วนได้รับ การอบรมจากคณะกรรมการ การเลือกตั้งมาแล้วทั้งสิ้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจึงสะท้อนถึง ความไร้ประสิทธิภาพในการบริ หารจัดการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือหากจะกล่าวหา ให้ร้ายแรงกว่านั้นคือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง อาจ กระทำการสมรู้ร่วมคิดกันเป็น ขบวนการ เพื่อบิดเบือนเจตนา ของประชาชนอยู่หรือไม่ การปล่อยปละละเลยในครั้งนี้จะทำให้ผลการเลือกตั้งดำเนินต่อไป
บนพื้นฐานของความไม่โปร่งใสโดยมีเจตนาที่จะบิดเบือนเสียง ของประชาชน เพื่อเรียกคืนความศรัทธา และรักษาไว้ ซึ่งระบอบประชาธิปไตย พวกเราขอกล่าว ขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ทั้งหมด 5ประการ, ดังต่อไปนี้ 1.ให้มีการนับคะแนน ใหม่ทั้งประเทศอย่างเปิดเผย และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากความ ผิดปกติที่เกิดขึ้นกระจายตัวเป็น วงกว้าง จนระบบตรวจสอบไม่ปกติ ไม่สมาารถสร้างความเชื่อมั่นได้อีกต่อไป 2. ให้ริเริ่ม ดำเนินกระบวนการสืบสวน สอบสวนทางวินัย และอาญาต่อ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที 3. เปิดเผยผลคะแนนเลือกตั้งราย หน่วยทันที เพื่อให้ประชาชน สามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ 4. หากเขตไหนเหตุเลือกตั้งไม่ นับคะแนนใหม่แล้ว ยังพบความ ผิดปกติ เช่น มีบัตรเลือกตั้งมาก หรือน้อยกว่าจำนวนผู้มาใช้สิทธิ เลือกตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะต้องประกาศให้เลือกตั้งในเขตดังกล่าวเป็น โมฆะ และจัดให้เลือกตั้งใหม่ในเขตนั้นโดยเร็วที่สุด 5. ภายหลัง การแก้ปัญหาทุกอย่างแล้ว คณ ะกรรมการการเลือกตั้งทั้งหมด 7 คน ต้องลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความบกพร่องในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกิดขึ้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้งยัง เพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ และดำเนินรับรองผลเลือกตั้ง ต่อไป พวกท่านจะต้องรับผิดชอบ กับความโกรธแค้น และวิกฤต ศรัทธา ที่มีอยู่ของประชาชนที่ไม่ สามารถที่จะมีอะไรมาหยุดยั้งได้ ทั้งสิ้น ด้วยความศรัทธาต่อเจตจำนงประชาชน ผู้เป็นเจ้าของ อธิปไตย
ด้าน พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า จะรับเรื่องไปดำเนินการ และยืนยันทุกเรื่องที่มีข้อสงสัย หรือข้อร้องเรียน จะต้องมีการดำเนินการ ตรวจสอบ ให้เป็นไปตามขั้นตอน กฎหมาย
ส่วนรายงานผลคะแนนของราย หน่วยทุกหน่วย มีประมาณ100,000, หน่วยทั่วประเทศ รวมทั้งนอกเขต นอกราช จะมีการเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน โดยเอกสารรายงานผล นับคะแนนรายหน่วย จะนำขึ้น เว็บไซต์ของสำนักงานกกต.จังหวัดทุกจังหวัด และส่วนกลางเพื่อให้สามารถตรวจสอบความถูกต้อง ทุกท่านสามารถตรวจสอบได้







