เมื่อวันที่ 5 เม.ย.69 ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วย นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ไปยังที่ทำการชุมชนคูเมืองสุพรรณ ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งจัดโดยชาวชุมชนคูเมืองสุพรรณ และมีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับชาวชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการเกษียณที่หลายคนบอกว่าเห็นนายวราวุธมาตั้งแต่เป็นเด็กๆ พร้อมอวยพรขอให้มีอนาคตทางการเมืองไปไกลถึงนายกรัฐมนตรี
นายวราวุธ กล่าวว่า การที่ตนเองและนายสรชัดย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย เพราะว่าถ้ายังอยู่ที่พรรคชาติไทยพัฒนาอย่าว่าแต่รัฐมนตรีเลยแต่สส.ก็อาจจะไม่ได้เป็นด้วยซ้ำไป ในสมัยที่แล้วได้มีโอกาสดูแลพี่น้องประชาชนโดยตรง เพราะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงเดียว “แต่วันนี้มาอยู่พรรคภูมิใจไทย ได้เป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรม ขณะที่พรรคภูมิใจไทยดูแลงานหลายกระทรวง ทั้งกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงพานิชย์ กระทรวงการคลัง เรียกว่ามาเป็นชุด ดังนั้นเราสองคนจึงทำงานให้พี่น้องชาวสุพรรณบุรีได้อย่างเต็มที่”
นายวราวุธ กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาเห็นสีหน้ายิ้มแย้มของทุกคนในวันนี้แม้ว่าอากาศจะร้อน ตนและสส.ยอร์ช ยังทำงาน คอยแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ให้กับชาวบ้านคูเมืองแห่งนี้ “ผมอาจจะยังไม่เก่งเท่ากับพ่อบรรหารขอเวลาอีกนิด และวันที่ 23 เม.ย.นี้ จะครบรอบ 10 ปีการจากไปของพ่อบรรหารแล้ว ผมทำแค่ 10 ปียังลากเลือด แต่พ่อบรรหารทำมาตั้ง 40 ปี ไม่รู้ทำมาอย่างไร ขอเวลาฝึกวิชาจะทำให้เกือบจะเท่าพ่อบรรหาร เพราะถ้าทำเท่าพ่อบรรหารอีก 100 ปีก็คงไม่มีใครทำได้”
นายวราวุธ กล่าวว่า แต่ตอนนี้ได้เดินตามรอยพ่อบรรหาร เพราะพ่อบรรหารลงสมัครสส. และปี 2519 พ่อบรรหารได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จากนั้นปี 2531-2533 พ่อบรรหารเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งในวันที่ตัวเองเดินเข้ากระทรวงอุตสาหกรรมสัปดาห์หน้าก็จะมีรายชื่อของพ่อบรรหารอยู่ และจะมีลูกชายพ่อบรรหารมาเป็นรัฐมนตรีอุตสาหกรรมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสิ่งที่คนสุพรรณบุรีให้โอกาสพวกเรา จึงมาขอบคุณและมาสวัสดีปีใหม่ไทย มายืนยันว่าไม่ว่าอย่างไรคนสุพรรณก็ไม่ทิ้งกัน และอบอุ่นทุกครั้งที่มา ทุกคนยิ้มแป้น
ด้านนายสรชัด กล่าวว่า ตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนการทำงานที่ต้องใช้เวลามากกว่าสมัยก่อน เพราะสมัยพ่อบรรหาร อำนาจการบริหารยังรวมศูนย์ แต่ในรัฐธรรมนูญปี 2540 เน้นการกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่นมากขึ้น จนมารัฐธรรมนูญ 2560 เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนไม่ว่าจะทำอะไรจึงต้องมีประชาคมดังนั้นจะทำอะไรเร็วๆ ไม่ได้ “ถ้าเราไม่ทำประชาคม ดังนั้นกาประชาคมของพื้นที่จึงมีความสำคัญ ซึ่งเดือนมิ.ย.นี้ ตรงบริเวณโรงเรียนวัดกุฎีทองเดิมที่กำลังปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลเพื่อรองรับโรคเบาหวาน ความดัน ไขมัน ที่ต้องพบหมอ”







