วันที่ 5 เม.ย.69 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีครอบครัวสองยายหลานยากจน ยายป่วยอัมพฤกษ์ หลานชายก็กำลังเข้าเรียน ม.1 มีรายได้แค่เพียงคนพิการและผู้สูงอายุเดือนละ 1500 บาท ประทังชีวิต ต้องไปเอาข้าววัดมากิน บางครั้งก็ต้องขออาหารกลางวันของโรงเรียนที่เหลือกับมาให้ยายกินตอนเย็น ซึ่งสองยายหลานนั้นอาศัยอยู่ที่ 10 หมู่ 5 บ้านตลาดควาย อ.จอมบึง จ.ราชบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ
โดยพบว่ามีนายฉลองชัย คำสีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตลาดควาย และนางภาณี ฟักเขียว เพื่อนบ้านกำลังเข้ามาเยี่ยมครอบครัวยายหลานด้วย ซึ่งสภาพบ้านนั้นเป็นเพิงเล็กๆ ก่อสร้างยังไม่เสร็จ ไม่มีประตูและหน้าต่าง ใช้เพียงผ้าห่มเก่าๆคอยบังแดดไว้ โดยได้พบกับคุณยาย อายุ 72 ปี และหลาน อายุ 12 ปี อาศัยอยู่ในบ้านหลังดังกล่าว ด้านคุณยายนั้นมีแขนขาข้างซ้ายอ่อนแรง ช่วยเหลือตัวเองได้บ้างนิดหน่อย ส่วนหลานกำลังเตรียมตัวจะเข้าเรียนชั้นม.1 โรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฎ์ อ.จอมบึง และเป็นหัวเรียวหัวแรงในการดูและคุณยาย และทำความสะอาดบ้าน
ซึ่งคุณยายก็เล่าให้ฟังว่าตนนั้นป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบทำให้แขนขาข้างซ้ายก่อนแรง ช่วงแรกที่ป่วยก็ตัดสินใจขายที่ดินที่เคยอยู่เพื่อนำเงินมารักษาตัวเอง และบางส่วนก็แบ่งมาซื้อดินแปลงนี้ แต่ต่อมาก็นำที่ดินแปลงนี้ไปจำนองเพื่อนำเงินมารักษาตัวเองอีก แต่ก็ไม่หายและไม่มีเงินที่จะส่งดอก สุดท้ายที่ดินที่อยู่ทุกวันนี้ก็ถูกยึดไปแล้ว ทางเจ้าของคนใหม่ก็จะต้องให้ตนเองออกไปอยู่ที่อื่น ส่วนรายได้นั้นก็มีเพียงรายได้คนพิการ เบี้ยผู้สูงอายุ และบัตรประชารัฐ ส่วนลูกชายอีกคนที่อยู่ด้วยก็สติไม่สมประกอบ มีผู้ใจบุญให้ไปทำงานอาทิตย์ละ 1 วัน คือวันอาทิตย์ ก็จะมีรายได้เล็กๆน้อยๆ ส่วนไฟฟ้าก็ขออาศัยต่อจากเพื่อนบ้านโดยแบ่งรายได้จากเบี้ยคนพิการมาจ่ายเป็นค่าน้ำค่าไฟ สำหรับหลานชายคนนี้เลี้ยงมาตั้งแต่อายุได้ 2 วัน เพราะพ่อของเด็กตายส่วนแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ ช่วงแรกตนทำงานได้ก็สามารถเลี้ยงดูหลานชายได้ แต่มาช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมาตนป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก็จะมีเพื่อนบ้านคอยเอาอาหารมาแบ่งปันให้บ้าง แต่ส่วนใหญ่หลานชายจะไปเอาข้าวที่วัดใกล้บ้านมากิน หรือในช่วงที่โรงเรียนยังไม่ปิดเทอมก็จะได้อาหารที่เหลือจากอาหารกลางวันของโรงเรียนนำมากินกันประทังชีวิต แต่อาหารหลักส่วนใหญ่จะเป็นมาม่าและปลากระป๋อง ซึ่งหากวันข้างหน้าที่ตนเองไม่อยู่แล้วก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตหลานชายจะเป็นอย่างไร ห่วงก็แต่หลานคนนี้ซึ่งเป็นเด็กดีช่วยเหลือยายทุกอย่าง และยังเรียนดีได้เกรด 4 มาตลอดด้วยแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เรียนแค่ไหนก็ได้แต่บอกว่าหลานว่าขอให้ตั้งใจเรียนและเป็นคนดี
ด้านนายฉลองชัย คำสีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านตลาดควาย ก็บอกว่า วันนี้แวะมาเยี่ยมหลานของยาย เพราะทราบว่าน้องสอบเข้าเรียนชั้นม.1 ได้ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเด็กดีเรียนเก่ง ผลคะแนนสอบโอเน็ตสูงกว่าระดับประเทศเกือบทุกวิชา และในช่วงที่เรียนที่โรงเรียนบ้านตลาดควาย ก็จะได้รับทุนการศึกษามาตลอดแต่เมื่อเข้าเรียนม.1 ตนเองก็ได้ฝากเด็กกับผู้อำนวยการโรงเรียนคุรุราษฎร์รังสฤษฎ์ ให้ช่วยพิจารณาเรื่องของทุนการศึกษาให้กับน้องด้วย ส่วนตนก็สนับสนุนเรื่องเสื้อผ้าและรองเท้านักเรียนแล้ว ซึ่งหากมีผู้ใจบุญก็อยากจะให้ช่วยเรื่องของทุนการศึกษาให้กับน้องด้วย
ส่วนนางภาณี ฟักเขียว ที่เป็นเพื่อนบ้านก็เล่าให้ฟังว่าครอบครัวยากจนมาก ต้องอาศัยข้าวที่ได้มาจากวัดบ้าง บางครั้งก็มีเพื่อนบ้านเอามาให้บ้าง แต่ก็ไม่เต็มที่เพราะแต่ละบ้านก็มีภาระ ซึ่งหลายครั้งตนก็ไปข้าวที่เหลือจากก้นบาตรมาให้สองยายหลานกิน ส่วนลูกชายอีกคนของยายยุพานั้นสติไม่สมประกอบ ทำให้ทำงานอะไรไม่ค่อยได้ก็จะอยู่รวมกันแต่มีรายได้เพียงเดือนละไม่ถึง 2 พันบาท ซึ่งน่าสงสารมาก จึงอยากวอนให้สังคมเข้ามาช่วยเหลือบ้าง








