การเมืองทั่วไป

"ปชป." กวาด 22 ที่นั่ง! "ชัยวุฒิ" ลั่นไม่ผิดคาด ย้ำคัมแบ็กด้วย "การเมืองสุจริต" กาง 3 เงื่อนไข-ปิดประตูร่วมรัฐบาล "กล้าธรรม"

แชร์ข่าว



วันที่ 9 ก.พ.2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงผลการเลือกตั้งว่า จากที่ติดตามผลอย่างไม่เป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์ ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง จำนวน 10 เขต ได้แก่ นครศรีธรรมราช 4 เขต คือ นายทรงศักดิ์ มุสิกอง ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต1 นายพิทักษ์เดช เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 3 นางกนกพร เดชเดโช ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต  4 และนายจอมไกร สวัสดิวงศ์ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 6 จังหวัดตรัง 2 เขต ได้แก่  นายกฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณฌ์ ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต 3 นายกาญจน์ ตั้งปอง ผู้สมัคร สส.ตรัง เขต4 จังหวัดสงขลา 2 เขต ได้แก่  นายจูรี นุ่มแก้ว ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 และนายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 9 จังหวัดระยอง 1 เขต คือ นายพศิน ปิตุเตชะ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3   และจ.สุราษฎร์ธานี 1 เขต คือ นายสมชาติ ประดิษฐพร ผู้สมัคร สส.สุราษฎร์ธานี เขต 4  ขณะที่บัญชีรายชื่อคาดว่าจะได้ทั้งสิ้น 12 คน

เมื่อถามถึงกระแสการเลือกนายจุรีให้ชนะแชมป์เก่าและคู่แข่งจากพรรคประชาชน อย่างไร นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำของการสร้างการเมืองสุจริตที่พรรคประชาธิปัตย์ถือธงนำต่อต้านการซื้อเสียง และจากเขตดังกล่าวที่นายจุรี มาอันดับหนึ่ง และนพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต2 พรรคประชาชนมาอันดับสอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าการเลือกตั้งเขตดังกล่าวไม่มีการใช้เงินซื้อเสียง และประชาชนในพื้นที่เลือกคนที่มั่นใจว่าเป็นคนดี เลือกลูกชาวบ้านอย่างนายจุรีให้เข้าไปทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชน นอกจากนั้นแล้วในพื้นที่เลือกตั้งภาคใต้ที่หลายเขตที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคประชาธิปัตย์ มีคะแนนสูสีจึงเป็นแนวทางที่แสดงว่าประชาชนตื่นตัวกับการเมืองสุจริต

เมื่อถามว่าในหลายพื้นที่ที่มีกระแสข่าวเรื่องการทุจริตเลือกตั้งส่วนของพรรคประชาธิปัตย์มีข้อมูลที่จะยื่นร้องต่อ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผู้แทนของพรรคไม่ได้แจ้งกลับมาทางการ อย่างไรก็ดียอมรับว่ากรรมการบริหารพรรคได้สร้างระบบของการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้เตรียมคนให้จับผิดผู้อื่น เพราะเราเชื่อมั่นในการหาเสียงสุจริต จึงไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์ความผิดปกติเกิดขึ้น

เมื่อถามถึงการประเมินเลือกตั้งในพื้นที่ จ.ตาก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดหมายว่าแชมป์เก่า เป็นอดีต สส. ในพื้นที่จะได้รับเลือก เนื่องจากพรรคประชาธิปัตย์เริ่มต้นช้า เตรียมตัวในระยะเวลาที่สั้น ทำให้ไล่ไม่ทัน แต่คะแนนที่ประชาชนมอบให้พรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นต้นทุนที่มากพอสมควร ดังนั้นต้องมีการทำงานในพื้นที่ต่อไปและทำในทุกพื้นที่ โดยใน วันที่ 11 ก.พ. ตนจะนัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคมาหารือ และพิจารณาทบทวนว่ามีช่องโหว่จุดไหน   นอกจากนั้นแล้วในวันที่ 12 ก.พ. จะนัดอดีตผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคหารือร่วมกันในทิศทางการทำงาน ว่าผู้ใดจะอยู่ทำงานร่วมกับพรรคต่อไป อยากทำงานแบบไหน

“ผลเลือกตั้งที่ออกมานั้น ผิดความคาดหวังไปไม่มาก แค่ 3-4 เขตเท่านั้นที่ไม่ชนะ เช่น ตรัง เขต 1 และเขต2 สมุทรสาคร สงขลา ซึ่งผลเลือกตั้งที่ออกมาต้องยอมรับ และจากนี้ไปต้องทบทวนการทำงาน ชักชวนคนที่พร้อมลุยต่อ เพื่อสร้างการเมืองสุจริตต่อไป ซึ่งผู้สมัคร สส.กทม. หลายคนบอกว่าหลังการเลือกตั้งนี้คือจุดเริ่มต้น” นายชัยวุฒิ กล่าว


เมื่อถามว่าสำหรับผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ประเมินได้หรือไม่ว่าพรรคไหนจะจับมือตั้งรัฐบาลร่วมกัน นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตนไม่กล้าประเมิน แต่เชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยที่ได้มาเป็นอันดับหนึ่งสามารถเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลได้ง่าย หรือเลือกพรรคร่วมรัฐบาลได้ไม่ยากนัก สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ฐานะพรรคเล็ก  ไม่ควรเสนอแนะหรือ ก้าวก่าย

เมื่อถามว่าจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ยังเหมือนเดิมหรือไม่ว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลที่มีพรรคกล้าธรรม เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ยืนยันเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่เฉพาะเรื่องพรรคกล้าธรรมเท่านั้น ยังมี 3 เงื่อนไข ได้แก่ ไม่มีพรรคกล้าธรรม ไม่มีนักการเมืองที่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์ และสร้างความแตกแยกให้บ้านเมือง

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่า หากพรรคภูมิใจตั้งรัฐบาลเกิน 300 เสียง อาจทำให้ฝ่ายค้านทำงานไม่ได้ นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะพร้อมทำหน้าที่แทนชาวบ้านได้ แม้ว่าจะมีผู้แทนเพียงคนเดียว กรณีที่เป็นฝ่ายค้านพรรคไม่กังวลต่อรัฐบาลที่มีเสียงเข้มแข็งในสภาฯ เพราะตนมองว่าความมั่นคง เสถียรภาพของของรัฐบาลไม่ใช่อยู่ที่ฝ่ายค้าน แต่อยู่ที่พฤติกรรมและการทำงานของรัฐบาล

“ความมั่นคงของเสียงรัฐบาลไม่ใช่ปัญหา เพราะฝ่ายค้านพร้อมทำงานในทุกรูปแบบ แต่หากประเมินโดยเทียบกับยุคสมัยที่รัฐบาลเข้มแข็งเกิน 300 เสียง ผมมองว่าปัจจุบันเงื่อนไขต่างกัน หากรัฐบาลปัจจุบันทำซ้ำรอยกับรรัฐบาลที่มีปัญหาในอดีตประชาชนจะเป็นผู้ส่งสัญญาณ ไม่ใช่พรรคการเมือง ดังนั้นความมั่นคงทางการเมืองขึ้นอยู่กับการรบริหาร สนิมเกิดจากเนื้อในไม่ใช่ฝ่ายค้าน หากรัฐบาลจะพังอยู่ที่ตัวเขาเอง แต่รอบนี้ยังไม่เห็นว่าเขาจะทำงานดี หรือ พัง ต้องรอดูพฤติกรรมและการทำงาน ส่วนปัญหาหรือสถานการณ์เมืองต้องดูต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ไม่ว่าเป็นรัฐบาลหรือฝ่ายค้านมีความพร้อมทำหน้าที่” นายชัยวุฒิ กล่าว