"สกลธี ภัททิยกุล" สส.ปชป. เปิดหน้าชกกลางสภาฯ อัดมาตรการแก้ฝุ่นไทยล้มเหลว ทำได้แค่สั่ง WFH-ขึ้นแอปเตือนภัย ชู "โมเดลปักกิ่ง" ใช้ยาแรง Zero Burning-จำกัดรถดีเซล พร้อมยื่น 4 ข้อเสนอรับขวัญ ครม.ใหม่ ต้องรับรอง พ.ร.บ.อากาศสะอาด จัดงบอุดหนุนตรงจุด เสนอปฏิวัติยานพาหนะเป็น EV 100% และกล้าใช้มาตรการเข้มข้นแบบประเทศจีน ย้ำ "อากาศสะอาดคือสิทธิพื้นฐาน" ที่คนไทยถูกละเมิดมานับทศวรรษ
วันที่ 1 เม.ย.2569 เวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง เป็นประธานในการประชุม ซึ่งได้พิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเสนอมาตรการเร่งด่วนและนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยมีสส.ฝ่ายค้าน และรัฐบาล ร่วมเสนอญัตติด่วน 4 พรรคการเมือง นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายสนับสนุนเพราะอากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนไทยถูกละเมิดมานานเกือบ 10 ปี สาเหตุหลักของฝุ่นมาจาก 3 ปัจจัยคือ ปัจจัยแรกการเผาป่าและพื้นที่เกษตร รวมถึงจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีจุดความร้อนพุ่งสูงกว่า 12,000 จุด ปัจจัยต่อมาคือมลพิษจากเครื่องยนต์ดีเซลในเมืองใหญ่ และปัจจัยจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมาไทยแก้ปัญหาแบบปลายเหตุมาตลอด
"วันนี้กรมควบคุมมลพิษถูกชาวบ้านเรียกว่า 'กรมแจ้งเตือนมลพิษ' ไปแล้ว เพราะทำได้แค่แจ้งเตือน แต่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย การสั่ง Work from Home หรือแค่ขึ้นแอปฯ เตือน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ คือการแก้ที่ปลายเหตุ" นายสกลธี กล่าว
นายสกลธี กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลเรียนรู้จากประเทศจีนที่สามารถลดค่าฝุ่นในเมืองใหญ่ลงได้กว่า 50% ภายใน 7 ปี โดยทำผ่านมาตรการที่เด็ดขาด ได้แก่ Zero Burning Policy โดยสั่งห้ามเผาเด็ดขาด จับจริง ปรับจริง และลงโทษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ปล่อยให้มีการเผา นอกจากนี้ต้องปฏิวัติยานพาหนะโดยเปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV 100% และใช้มาตรการจำกัดการใช้รถดีเซล เช่น การจับฉลากทะเบียน หรือวิ่งวันคู่-วันคี่ อีกทั้งย้ายฐานอุตสาหกรรม สั่งปิดหรือย้ายโรงงานรอบเมืองหลวง และสั่งหยุดงานทันทีเมื่อค่าฝุ่นวิกฤต ขณะเดียวกันก็ต้องใช้ไม้นวมช่วยเกษตรกร ยกตัวอย่างรัฐบาลจีนทำการอัดงบประมาณมหาศาลสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล สนับสนุนเครื่องไถกลบ และสร้างตลาดรองรับเศษวัสดุเกษตร ซึ่งไทยยังไม่เคยทำสิ่งเหล่านี้อย่างจริงจัง
นายสกลธี ยังได้เสนอ 4 ประเด็นต่อรัฐบาลใหม่ สำหรับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นเชิงโครงสร้าง ได้แก่ 1. รัฐบาลต้องบรรจุแนวทางแก้ปัญหา PM 2.5 ไว้อย่างชัดเจนและจริงจังในการแถลงนโยบายรัฐบาลที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า 2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องรีบรับรองร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ตั้งแต่สมัยสภาชุดที่แล้ว ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว 3. ต้องมีการจัดสรรงบอุดหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยตรง ไม่ใช่แค่กระจายงบไปตามกระทรวงต่างๆ และ 4. ต้องสนับสนุนการตั้ง กมธ. วิสามัญเพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลและเพื่อเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน
"เราห่วงแต่คะแนนเสียงจนไม่กล้าใช้มาตรการเข้มข้น ซึ่งไม่ได้แล้ว ถ้าอยากเห็นปอดของลูกหลานเราสะอาดเหมือนเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ หรือปักกิ่ง เราต้องกล้าเปลี่ยนโครงสร้างตั้งแต่วันนี้" นายสกลธี กล่าว







