เปิดเวทีปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้าย พรรคประชาชนส่ง "วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ประกาศสงครามระบบอุปถัมภ์ ชูนโยบายล้างบางตั๋วช้าง-ธุรกิจสีเทา พร้อมดันคดีทุจริตในค่ายทหารขึ้นศาลพลเรือน ลั่นต้องไม่มีใครใช้ "ดาวบนบ่า" รังแกประชาชน ย้ำชัดความมั่นคงของชาติ คือความมั่นคงของประชาชนทุกคน
วันที่ 6 ก.พ. 2569 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง พรรคประชาชน (ปชน.) จัดเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้าย เปลี่ยนประเทศไทย ขนขุนพลขึ้นเวทีคับคั่ง โดยจะปิดท้ายด้วย 3 แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้แก่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรค น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และปิดท้ายด้วยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ท่ามกลางแฟนคลับด้อมส้มจำนวนมากเข้ามาจับจองที่นั่งฟังปราศรัยตั้งแต่ช่วง 14.00 น.เป็นต้นมา
โดยเมื่อ 17.00 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า ได้เวลารัฐบาล ปชน.จัดทำหลักนิยมใหม่ โฟกัสเทคโนโลยีป้องกันประเทศ โฟกัสที่ยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัย ลดการเสี่ยง การสูญเสียของกำลังพล พี่น้องของพวกเรา ให้ลดลงให้มากที่สุด ได้เวลาที่เราส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้เวลาที่เราจะใช้ยานเกราะ ที่เราผลิตเอง ได้เวลาใช้โดรนที่เราทำเองภายในประเทศ มีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี ที่สามารถปฏิบัติการรบร่วมกันของเหล่าทัพต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายคนรู้ว่า การรบที่เกิดขึ้นเรามีความสูญเสีย ได้เวลาที่เราจะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเรา มีอธิปไตยด้านซอฟต์แวร์ ควบคุมกำกับยุทโธปกรณ์ของเราเอง ไม่ให้การสูญเสียเกิดขึ้น หน้าที่สละชีพเพื่อชาติ ตนทำงานกับทหาร ทุกคนท่องไว้ขึ้นใจ แต่หน้าที่ของรัฐบาล ปชน.ต้องทำให้หน้าที่การเสียสละชีพเพื่อชาติ ให้เกิดกับฝั่งตรงข้าม แล้วพาพี่น้องเรากลับบ้านอย่างปลอดภัย
“ได้เวลาที่เราต้องส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเรา พี่น้องกองทัพเรือ เรารู้ดีว่าเรือฟรีเกตของท่าน ท่านมีความจำเป็นอย่างมาก และกองทัพเรือพยายามอย่างมากต้องการต่อเรือฟรีเกตในประเทศ ยืนยันว่า รัฐบาล ปชน. กระทรวงกลาโหมภายใต้รัฐบาล ปชน. ตนจะชวนกองทัพเรือมาต่อเรือฟรีเกตภายในประเทศด้วยกัน เราจะมีกองเรือฟรีเกตที่ต่อได้ด้วยน้ำมือของคนไทย ของพวกเราเอง ได้เวลาลูกหลานของพวกเรา ได้งานทางเทคโนโลยีป้องกันประเทศไทย ได้เวลาพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ได้เวลาพลเรือน และกองทัพสัมพันธ์ และเข้าอกเข้าใจกัน นี่คือรัฐบาล ปชน.” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า พูดถึงทหารเราไม่อยากให้ทหารของเราสูญเสีย แต่ถ้าจำเป็น ต้องเจ็บ ต้องตาย มันต้องเกิดจากคมอาวุธ จากอริราชศัตรู รัฐบาล ปชน.เราจะไม่ทนอีกต่อไป กับการเจ็บ การตายของทหารชาติเดียวกัน ที่ต้องเจ็บ ต้องตายด้วยน้ำมือของฝ่ายเดียวกันเอง จะต้องไม่มีทหารคนไหนตายในค่ายทหาร ในแผ่นดินของตัวเราเองอีกต่อไป ไม่มีใครใช้ดาวบนบ่า มาทำร้ายใครได้อีกต่อไป ภายใต้รัฐบาล ปชน. ได้เวลาปฏิรูปศาลทหาร ได้เวลาทำกองทัพของพวกเราให้มีความโปร่งใส ได้เวลาเอาคดีทุจริตในค่ายทหาร ในกองทัพขึ้นศาลอาญาคดีทุจริตฯ เหมือนกระทรวงอื่น ๆ และทหารมีหน้าที่รบกับศัตรู ไม่ได้มีหน้าที่ทำร้าย ไม่ได้มีหน้าที่รังแกเข่นฆ่าประชาชน ดังนั้นคดีอาญาที่ทหารทำกับประชาชน ได้เวลานำขึ้นสู่ศาลพลเรือน ทำกองทัพให้เป็นกองทัพ ให้ทันสมัย โฟกัสเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเรา นี่คือกองทัพในรัฐบาล ปชน.
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า ทหารที่ดีทำหน้าที่อย่างมืออาชีพ ทุกวันนี้ถ้าไม่เปลี่ยนแปลง เขาก็ต้องทนเห็นการทุจริตคอร์รัปชัน ทำได้แค่มองตาปริบ ๆ ทหารชั้นผู้น้อยเวลาถูกรังแกกดขี่ ถูกทำร้าย ไม่รู้ว่าแบกหน้าไปพึ่งใครที่ไหน แนวรบของเราก็ต้องทนใช้ยุทโธปกรณ์ที่รู้ทั้งรู้ว่านายตัวเองกินเงินทอน แล้วใช้ไม่ได้ ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยง แล้วให้บางพรรคโหนกระแสนิยมทางการเมือง
“ทุกวันนี้ใครบอกว่า วิโรจน์ พรรค ปชน.รู้ยังว่า ทหารมีไว้ทำไม ให้พวกเราตอบเขาว่า เวลาทหารตัวเล็กตัวน้อยถูกกระทืบ ถูกรังแกจนตาย พอพรรคการเมืองรู้เบื้องหลังเป็นคนมีดาวบนบ่า เป็นนายพลนายพันชั้นยศใหญ่ เขาหนีหายไปไหน ทำไมมีแต่ ปชน.ที่ยืนเคียงข้างนายทหารชั้นผู้น้อย ลูกหลานของพวกเรา เพราะพวกเรารู้ว่าทหารมีไว้ทำไม รู้ว่าจะส่งเสริมทหารดีอย่างไร และเรารู้ว่าเราจะจัดการปราบปรามทหารที่ทุจริตอย่างไร” นายวิโรจน์ กล่าว.
นายวิโรจน์ กล่าวว่า ในส่วนตำรวจ คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องคืนความก้าวหน้าให้กับตำรวจที่ดี และคืนตำรวจที่ดีให้กับประชาชน นี่คือจุดสำคัญที่สุด รัฐบาลประชาชน ต้องไม่มีระบบตั๋ว ไม่มีระบบส่วย ไม่ต้องเก็บเงินส่งให้นาย หรือใครหน้าไหนอีกต่อไป ตำรวจได้เวลาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ได้เวลานายกฯคนใหม่ที่ชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ใช้หลักเกณฑ์อาวุโส ให้ตำรวจทุ่มเททำงาน ให้ตำรวจมีประสบการณ์ ให้ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ถูกข้ามหัวข้ามห้วย จนหมดกำลังใจ ได้เติบโตเสียที
“นายกฯจะใช้กฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา 130 ในการให้นายตำรวจเติบโต เปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ต้องไม่มีนายตำรวจร่ำรวยผิดปกติ ได้รับเงินรับทอง มีแหล่งรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมาย รับเงินสีเทา จนร่ำรวยเป็น 100 ล้าน เราจะป้องกันไม่ให้ตำรวจแบบนี้เติบโตเป็นผู้กำกับ เหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ เป็นตำรวจถูกรถชนตายปี 2555 แม้แต่ตำรวจด้วยกันยังไม่ปกป้อง เปลี่ยนหลักฐาน เปลี่ยนความเร็วรถ เหตุการณ์อัปยศทำร้ายจิตใจพี่น้องตำรวจ จะต้องไม่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาล ปชน.” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวถึงตำรวจน้ำดีอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ว่า ดำเนินคดีค้ามนุษย์ตรงไปตรงมา กล้าออกหมายจับนายทหารระดับสูง ถูกโทรศัพท์ข่มขู่ ถูกสายลึกลับบีบคั้นให้ปล่อยมือวางจากคดี แต่ตำรวจน้ำดีอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ ยืนยันว่ากฎหมายต้องเป็นกฎหมาย เขามีหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมาย เขาก็จะใช้ แต่สุดท้ายตำรวจน้ำดีอย่าง พล.ต.ต.ปวีณ ต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ ได้เวลารัฐบาล ปชน.พา พล.ต.ต.ปวีณ กลับบ้าน ได้เวลาคืนความยุติธรรมให้ พล.ต.ต.ปวีณ เหตุการณ์อัปยศแบบนี้ต้องไม่เกิดขึ้นอีกต่อไป
นายวิโรจน์ กล่าวว่า เราเคยมีตำรวจที่ดี ตำรวจที่พึ่งของประชาชน ตำรวจที่ประชาชนรัก และนับถือ ย้อนกลับไปเมื่อ 33 ปีก่อน ในยุคที่ตำรวจมีอธิบดีกรมตำรวจชื่อ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ ตอนนั้นเราได้ ผบช.น. ยศ พล.ต.ท.ฉายาหน้ากากเสือ บ่อนในเมืองหลวงราบ ยาเสพติดทุกตรอกราบ เจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลสยบ เราจะเอาตำรวจดี ๆ แบบนั้น กลับมาในยุคนายกฯชื่อณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
“พี่น้องตำรวจทั้งหลายที่ฟังอยู่ นึกถึงรุ่นพี่ของท่านที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เจ้าของฉายาตำรวจตงฉิน เสือยิ้มยาก ฉายาบรมครู อาจารย์คง พล.ต.ต.คงเดช ชูศรี มีวลีที่ผมประทับใจมาก ๆ ท่านบอกว่า หากตำรวจยังเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล แล้วประชาชนจะอยู่กันได้อย่างไร ผมต้องพูดถึงตำรวจน้ำดี พล.ต.ต.คงเดช เคยไปจับบ่อน ถูก พล.ต.อ.ยศชั้นสูงกว่าผลักอก พล.ต.ต.คงเดช ปัดมือ แล้วบอกว่า ผมจะจับโจร คุณจะทำอย่างไร เราต้องการตำรวจมือปราบแบบนั้นกลับมาอีกทีใช่หรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า พี่น้องตำรวจทุกท่าน รู้ดีถึงความเจ็บปวดที่ต้องควักกระเป๋าสตางค์จ่ายเงินเพื่อทำคดีเอง รู้ว่าค่าสำนวนที่จ่ายให้กับพนักงานสอบสวนคงที่มา 34 ปีแล้ว ได้เวลาปรับเพิ่มค่าสำนวนให้ตำรวจน้ำดีทำงานอย่างสบายใจ ไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองในการทำงาน ได้เวลาทำให้กองทุนสืบสวนสอบสวนคดีอาญา มีความโปร่งใส ใช้งานอย่างถูกวัตถุประสงค์ ใช้งานเพื่อสนับสนุนพนักงานสอบสวน และตำรวจทุกคน นี่คือการปฏิรูปตำรวจ ที่พวกเราต้องการ ไม่ได้ยาก แต่ที่ผ่านมา ถ้านายกฯยังมีตั๋ว ยังต้องส่งส่วยให้นาย ความฝันที่เราจะเห็นตำรวจที่ดี เป็นไปไม่ได้เลย สุดท้ายเหตุการณ์ในปี 2562-2563 กับผู้พิพากษาที่ชื่อว่าคณากร เพียรชนะ เราจะไม่ยอมให้ผู้พิพากษาถูกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมอีกต่อไป คุกจะต้องไม่มีไว้ขังเฉพาะคนจน ได้เวลาคืนอิสรภาพ คืนดุลพินิจให้กับผู้พิพากษาทุกคน เลิกแทรกแซง เลิกโทรศัพท์ลึกลับ เลิกกระดาษใบน้อยที่คุกคามผู้พิพากษา การกระทำแบบนี้จะไม่มีในยุครัฐบาลประชาชน
“นโยบายด้านความมั่นคงไม่มีอะไรยาก ไม่มีอะไรซับซ้อน ทำได้ ถึงบอกว่าได้เวลาแล้ว คำพูดที่เราได้ยินบ่อย ๆ ความมั่นคงของชาติ ประชาชนจะได้เข้าใจเสียทีว่า ความมั่นคงของชาติก็คือความมั่นคงของประชาชนทุกคน ได้เวลาทำกฎหมายให้เป็นกฎหมาย ได้เวลาทำให้กฎหมายมีความเสมอภาคกัน ไม่มี 2 มาตรฐาน ได้เวลาทำบ้านเมืองให้มีขื่อมีแป ได้เวลาคืนความยุติธรรมให้กับทุกคน วันที่ 8 ก.พ.ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ทุกวันนี้ตำรวจที่ดีหมดกำลังใจ เพราะเขาไม่รู้ว่าเขาจะทำงานอย่างหนักเพื่ออะไร ทำงานให้ตายสุดท้ายคนที่มาเป็นนาย ก็มาเติบโตกับการซื้อขายตำแหน่ง” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า แม้แต่ผู้พิพากษาอยากใช้ดุลพินิจตัวเองตัดสินให้ความเป็นธรรมยังไม่กล้า ต้องรอสายโทรศัพท์ ผู้พิพากษาบางคน อาจารย์คณะนิติศาสตร์บางคน ไม่กล้ากลับไปมองหน้าลูกศิษย์ตัวเอง 8 ก.พ.กาให้ความมั่นคงของชาติเป็นของประชาชน ให้กฎหมายเป็นกฎหมาย ให้มีขื่อมีแป กา ปชน. 2 ใบ








