พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เปิดแผนยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศผ่าน 50 นโยบายหลัก ภายใต้แนวคิด "รื้อ ลด ปลด สร้าง" เพื่อมุ่งสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน โดยวางกรอบ 21 นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณดำเนินการรวมทั้งสิ้น 728,200 ล้านบาท ซึ่งจัดสรรมาจากงบประมาณ 4 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 รายจ่ายประจำปี 27,300 ล้านบาท จาก 9 นโยบาย ได้แก่ นโยบายที่ 2 3 4 28 30 35 39 40 และ 47
กลุ่มที่ 2 การบริหารจัดการงบประมาณตามวิธีนโยบายที่ 36 จำนวน 514,180 ล้านบาท จาก 8 นโยบาย ได้แก่ นโยบายที่ 15 19 24 25 31 34 38 41 กลุ่มที่ 3 การออกตราสารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ 100,000 ล้านบาท จาก 1 นโยบาย คือ นโยบายที่ 42 และ กลุ่มที่ 4 กองทุนเศรษฐกิจแบ่งปันตามวิธีนโยบายที่ 37 จำนวน 86,720 ล้านบาท จาก 3 นโยบาย ได้แก่ นโยบายที่ 16 17 และ 18
การดำเนินงานเริ่มต้นจาก (1.) นโยบายความเด็ดขาดในการรักษาอธิปไตยกรณีข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพร้อมยกเลิก MOU43 และ MOU44 พร้อมส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ควบคู่ไปกับ (2.) นโยบายสร้างแรงจูงใจเงินสนับสนุนพิเศษ 30,000 บาท สำหรับผู้สมัครใจรับราชการทหาร ใช้งบประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี พร้อมด้วย (3.) นโยบายปรับเพิ่มเงินเดือนพลทหารเป็น 15,000 บาทต่อเดือน ใช้งบประมาณเพิ่มขึ้น 6,600 ล้านบาทต่อปี และ (4.) นโยบายเงินพิเศษตอบแทนความเสียสละแก่กำลังพลแนวหน้า 200,000 บาท เฉพาะเมื่อเกิดการรบ ใช้งบประมาณ 4,250 ล้านบาท
ในด้านการสร้างสังคมที่เป็นธรรม พรรคดำเนินยุทธศาสตร์ "พิฆาตคนชั่ว" เริ่มจาก (5.) นโยบายปราบทุจริต ยกระดับโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตสำหรับคนโกงชาติ ตามด้วย (6.) นโยบายออกกฎหมายเร่งด่วนปราบสแกมเมอร์และแก๊งหลอกลวงผ่านเทคโนโลยีด้วยโทษประหารชีวิต และ (7.) นโยบายเพิ่มโทษสูงสุดถึงประหารชีวิตในคดีข่มขืนกระทำชำเรา พร้อมเสริมความเข้มงวดด้วย (8.) นโยบายตัดวงจรผู้ค้ายาเสพติดโดยจัดตั้งเรือนจำพิเศษบนเกาะหรือพื้นที่ห่างไกล เช่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน
อีกทั้งยังมุ่งลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมผ่าน (9.) นโยบายแก้ปัญหาที่ดินด้วยการจัดตั้งศาลชำนัญพิเศษด้านที่ดิน และ (10.) นโยบายจัดตั้งศาลคดีเล็กน้อย เพื่อให้ประชาชนได้รับความเป็นธรรมอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ทนายความ
สำหรับด้านพลังงาน พรรคมีแนวทางลดค่าครองชีพ ประกอบด้วย (11.) นโยบายปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นธรรมที่ 25 บาทต่อลิตร ส่งเสริม (12.) นโยบายโซลาร์เสรี ให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ พร้อม (13.) นโยบายคุมราคากระแสไฟฟ้าไม่เกิน 3.30 บาทต่อหน่วย และ (14.) นโยบายคุมราคาก๊าซหุงต้มไม่เกิน 360 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม เพื่อลดภาระให้ภาคครัวเรือน
ด้านเศรษฐกิจฐานรากมีการผลักดัน (15.) นโยบายจ้างงานผู้ประสบปัญหา 3 กลุ่ม ได้แก่ เด็กจบใหม่ คนตกงาน และผู้สูงอายุ รวม 300,000 ตำแหน่ง ในอัตรา 12,000 บาทต่อเดือน ใช้งบประมาณ 43,200 ล้านบาท พร้อมด้วย (16.) นโยบายแก้หนี้ กยศ. โดยให้ใช้ทุนด้วยการทำงานในหน่วยงานรัฐแทนเงินกู้ ใช้งบประมาณ 33,720 ล้านบาท และ (17.) นโยบายเงินกู้ฉุกเฉิน 50,000 บาทต่อคน สำหรับผู้มีรายได้น้อย ใช้งบประมาณ 50,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังมี (18.) นโยบายกองทุนพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว 300,000 บาทต่อครอบครัว ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 18 ปี ใช้งบประมาณ 3,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมสานต่อ (19.) นโยบายคนละครึ่งและอัปเกรดแอปฯ เป๋าตัง ใช้งบประมาณ 30,000 ล้านบาท รวมถึง (20.) นโยบายบ้านดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปี นาน 30 ปี การปฏิรูปความไม่เป็นธรรมผ่าน (21.) นโยบายปฏิรูประบบเครดิตบูโร และ (22.) นโยบายปฏิรูประบบคิดดอกเบี้ยบัตรเครดิต ตลอดจน (23.) นโยบายนำ LTF กลับมาใช้ลดหย่อนภาษีในเงื่อนไขเดิม เพื่อส่งเสริมการออม
สำหรับการยกระดับคุณภาพชีวิตและสวัสดิการ ประชาชนจะได้รับประโยชน์จาก (24.) นโยบายปรับเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็น 1,500 บาทเท่ากันทุกช่วงวัย และ 2,000 บาทสำหรับผู้ที่เคยเสียภาษี ใช้งบประมาณเพิ่มปีละ 264,000 ล้านบาท เช่นเดียวกับ (25.) นโยบายปรับเพิ่มเบี้ยคนพิการเป็น 1,500 และ 2,000 บาท ใช้งบประมาณ 42,480 ล้านบาทต่อปี พร้อมสานต่อ (26.) นโยบายโครงการบ้านมั่นคงสำหรับผู้มีรายได้น้อย และ (27.) นโยบายจัดการขยะพิษตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน
รวมไปถึงสวัสดิการด้านสุขภาพอย่าง (28.) นโยบายเคลือบหลุมร่องฟันฟรีสำหรับเด็ก 6-12 ปี ใช้งบประมาณ 800 ล้านบาทต่อปี และ (29.) นโยบายจัดสรรงบกองทุนพัฒนาการกีฬาเพื่อสวัสดิการนักกีฬาให้ชัดเจน
ในภาคเกษตรกรรม พรรคเสนอ (30.) นโยบาย "ปุ๋ยถูก" กระสอบละ 500 บาท ใช้งบประมาณ 4,000 ล้านบาท พร้อมกับ (31.) นโยบายประกันราคาข้าวเปลือก 15,000 บาทต่อตัน ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท และ (32.) นโยบายพักหนี้เกษตรกร 3 ปี พร้อมดันราคาปาล์มน้ำมันที่ 6 บาทต่อกิโลกรัม ตลอดจนส่งเสริม (33.) นโยบายเกษตรแปลงใหญ่โดยมีรัฐร่วมลงทุน การสนับสนุน (34.) นโยบายงบขุดบ่อน้ำแก้มลิงขนาดจิ๋ว 10,000 บาทต่อครอบครัว ใช้งบประมาณ 4,500 ล้านบาท และ (35.) นโยบายแจกพันธุ์ปลาน้ำจืดสร้างอาชีพ 450,000 ครอบครัว ใช้งบประมาณ 450 ล้านบาท
ส่วนนโยบายพลิกโฉมประเทศไทยในระยะยาวประกอบด้วย (36.) นโยบายจัดสรรงบประมาณรูปแบบใหม่ที่ยึดความต้องการของประชาชน และ (37.) นโยบายจัดตั้งกองทุนเศรษฐกิจแบ่งปันจากบริษัทขนาดใหญ่ พร้อมขับเคลื่อน (38.) นโยบาย 10 มหานครให้ประชาชนออกแบบเมืองเองได้ด้วยงบจังหวัดละ 10,000 ล้านบาท ใช้งบประมาณ 100,000 ล้านบาทต่อปี ยกระดับสาธารณสุขด้วย (39.) นโยบาย "1 ตำบล 1 ทีมแพทย์กลับถิ่น" ใช้งบประมาณ 5,400 ล้านบาทต่อปี
และด้านการศึกษาด้วย (40.) นโยบายโรงเรียนประจำ 3 ภาษาสำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ใช้งบประมาณ 2,400 ล้านบาทต่อปี พร้อมจัดการน้ำผ่าน (41.) นโยบายบริหารจัดการน้ำแม่นยำด้วยเทคโนโลยีเรดาร์และแก้มลิงขนาดใหญ่ ใช้งบประมาณ 15,000 ล้านบาท นอกจากนี้ยังผลักดัน (42.) นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในเส้นทางหลัก ใช้งบประมาณ 100,000 ล้านบาท
ปฏิรูประบบราชการผ่าน (43.) นโยบายข้าราชการงานไว จบที่ 1 คำขอ ส่งเสริม (44.) นโยบายมหาวิทยาลัยเปิดกว้างแบบไม่ต้องสอบเข้า สร้าง (45.) นโยบายแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจไทยป้องกันการผูกขาด ผลักดันไทยเป็น (46.) นโยบายครัวฮาลาลของโลก รวมถึงสวัสดิการสัตว์ผ่าน (47.) นโยบาย 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาลสัตว์ของรัฐ ลดค่าใช้จ่าย 50% ใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท และ (48.) นโยบายศูนย์พักพิงสัตว์จรจัดทุกจังหวัด
ปิดท้ายด้วย (49.) นโยบายยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานและฐานข้อมูลจ้างงาน Real Time และ (50.) นโยบายยกเลิกกฎหมายที่ล้าสมัย โดยเฉพาะกฎหมายประมงเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
หมายเหตุ: ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่ 116/2569 วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. ได้พิจารณานโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองจำนวน 51 พรรคการเมือง








