การเมืองทั่วไป

เดิมพันอนาคตชาติ! “ไอติม” ชวนโหวตเห็นชอบ 8 กุมภาฯ ลั่น ต้อง “ชนะให้ขาด” เปิดประตูร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ

แชร์ข่าว

“ไอติม พริษฐ์” ลั่น 8 ก.พ. ต้อง “ชนะให้ขาด” เปิดทางร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ย้ำประชามติคือเดิมพันอนาคตประเทศ


เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 พริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดีย ภายใต้แฮชแท็ก #8กุมภากาเห็นชอบ เชิญชวนประชาชนร่วมกันโหวต “เห็นชอบ” ในการทำประชามติ เพื่อเปิดทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ โดยย้ำว่าเป้าหมายของการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่โปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่กว่าภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งว่า

 

[ #8กุมภากาเห็นชอบ : ร่วมกันชนะให้ขาด เพื่อยืนยันว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นฉันทามติใหม่ของประชาชนทุกช่วงวัย ทุกอาชีพ และทุกเฉดสีทางการเมือง ]

 

เป้าหมายของการมีกติกาสูงสุดของประเทศและระบบการเมืองที่มีโปร่งใส เป็นประชาธิปไตย และประชาชนพึ่งพาได้ เป็นภารกิจที่ “ยิ่งใหญ่” กว่าภารกิจของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

 

หากเรายังคงต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญ 60 เราจะยังคงมี

- สส. ที่วันนี้ อาจจะกำลังหาเสียงอยู่ในนามพรรคหนึ่ง แต่พอชนะเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็ย้ายพรรคไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง เพื่อไปรวมมุ้ง-ต่อรองผลประโยชน์

- สว. ที่มีอำนาจล้นฟ้า ชี้ขาดว่าใครจะเป็นกรรมการองค์กรอิสระ แต่กลับที่มีที่มาจากระบบพิสดารที่เอื้อต่อการฮั้ว และไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ

- กกต. ที่ทำงานค้านสายตาประชาชนแค่ไหน ประชาชนก็เข้าชื่อถอดถอนไม่ได้ - หากเป็นสมัยก่อน 1 ล้านรายชื่อที่แชร์โพสต์ในเพจ iLaw สามารถเปลี่ยนมาเป็น 1 ล้านรายชื่อในการเข้าชื่อเพื่อริเริ่มการถอดถอน กกต. ได้ถึง 50 ครั้ง

- ป.ป.ช. ที่ประชาชนยังกังขา ว่ายืนข้างความโปร่งใสจริงหรือไม่ ตั้งแต่คดีแหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน จนมาถึงคดีรับสินบนเป็นทองคำ

 

หากใครสงสัยว่าทำไมต้องจัดทำฉบับใหม่ ทำไมไม่แก้แค่รายมาตรา:

 

ผมก็ต้องบอกว่า เราพยายามแก้รายมาตรามาหลายรอบแล้ว (และยินดีพยายามทำต่อไป คู่ขนานกับการจัดทำฉบับใหม่) แต่ที่ผ่านมาเราพยายามไปเกือบ 30 ครั้ง แต่ผ่านได้ครั้งเดียวเรื่องระบบเลือกตั้ง เพราะติดที่เราไม่ได้เสียงถึง 1/3 ของ สว.

 

ดังนั้น

- หากเรายื่นแก้รายมาตราในสภา คนที่จะชี้ขาดว่า เนื้อหาแบบไหนจะแก้ได้-ไม่ได้ คือ สว.

- แต่หากเราเดินหน้าสู่การจัดทำฉบับใหม่ (โดยที่ไม่เติมเงื่อนไขเสียง 1/3 ของ สว. เข้ามาอีก) คนที่จะชี้ขาดว่าเนื้อหาแบบไหนจะผ่าน-ไม่ผ่าน คือ ประชาชน ผ่านคูหาประชามติ

 

ประชามติในวันที่ 8 ก.พ. นี้ จึงเป็นสนามแข่งขันที่มี “อนาคตประเทศ” เป็นเดิมพัน

 

- ถ้าเราชนะร่วมกัน เราจะได้เริ่มต้นเปิดประตูบานแรกจากอีกหลายๆบาน ที่จะนำไปสู่การออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และระบบการเมืองที่เราอยากเห็นร่วมกัน

- แต่ถ้าเราแพ้ เราอาจจะแพ้ไปอีกนาน เพราะทุกประตูในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจจะถูกปิดลง เพราะผลประชามติอาจถูกใช้เป็นข้ออ้างในการขัดขวางแม้กระทั่งการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

 

ดังนั้น หากเราอยากให้ประเทศ หลุดพ้นออกจากระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ซึ่งเป็นผลผลิตมาจากปัญหาของรัฐธรรมนูญ 2560

 

8 กุมภา นี้ เราต้องร่วมกัน ชนะ และ ร่วมกัน “ชนะให้ขาด”

 

- ชนะให้ขาด เพื่อให้เสียงประชาชนมีพลังพอในการไปยันกับผู้มีอำนาจในรัฐสภาหรือองค์กรต่างๆ ที่ไม่อยากเห็นการแก้ รัฐธรรมนูญ

- ชนะให้ขาด เพื่อตอกย้ำให้เห็นชัดว่าคนที่อยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ได้มีแค่ผู้สนับสนุนของพรรคใดพรรคหนึ่ง

- ชนะให้ขาด เพื่อสะท้อนให้เห็นชัดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นฉันทามติใหม่ของประชาชนทุกช่วงวัย ทุกอาชีพ และทุกเฉดสีทางการเมือง

 

#พริษฐ์วัชรสินธุ #ไอติมพริษฐ์ #8กุมภากาเห็นชอบ #ประชามติ #แก้รัฐธรรมนูญ #รัฐธรรมนูญใหม่ #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง

ข่าวแนะนำ