วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 2 ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด "กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ" โดยระบุว่าพรรครวมไทยสร้างชาติยืนอยู่บนหลักการกล้าตัดสินใจในเรื่องที่ไม่มีใครกล้าทำ โดยเฉพาะการต่อสู้กับทุนผูกขาดที่ออกแบบความจนไว้ให้ประชาชน
เริ่มต้นจากภาคเกษตรกรรมที่ประเทศไทยมีพร้อมทั้งแร่โพแทชในภาคอีสาน และไนโตรเจนจากโรงแยกแก๊ส ซึ่งพรรคเสนอจัดตั้งบริษัทปุ๋ยแห่งชาติที่รัฐถือหุ้นเพื่อผลิตปุ๋ยสูตร N-P-K เองแทนการนำเข้าเกือบ 100% เพื่อกระแทกทุนผูกขาดและแก้ไขปัญหาปุ๋ยราคาแพง ขณะที่ในภาคการเงิน นายอรรถวิชช์ชี้ให้เห็นว่าระบบเครดิตบูโรของไทยในปัจจุบันเปรียบเสมือนการ "แช่แข็ง" ประชาชนนานถึง 36 เดือนแม้จะชำระหนี้แล้ว ต่างจากสหรัฐอเมริกาที่ใช้ระบบคะแนนหรือ FICO Score ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันด้านดอกเบี้ยตามความเสี่ยง โดยย้ำว่าธุรกิจธนาคารในไทยมีกำไรมหาศาลปีละกว่า 2 แสนล้านบาทจากการผูกขาดและมีกลไกภาครัฐรองรับ ทั้งกองทุนฟื้นฟูฯ และสถาบันประกันเงินฝากที่หักเงินจากดอกเบี้ยของประชาชนไปดูแล
ในประเด็นด้านพลังงาน นายอรรถวิชช์กล่าวถึงความภาคภูมิใจในการทำงานของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่สามารถปรับลดค่าไฟฟ้าจาก 4.70 บาท เหลือ 3.94 บาท หรือลดลง 16% ซึ่งช่วยประหยัดเงินให้ประชาชนได้ถึง 270,000 ล้านบาท พร้อมทั้งประกาศเป้าหมายต่อไปในการลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลให้เหลือ 25 บาทต่อลิตร ด้วยการยกเลิกกองทุนน้ำมันและเปลี่ยนไปใช้ระบบคลังน้ำมันสำรองเพื่อใช้กลไกน้ำมันชนกับน้ำมันแทนการใช้เงินอัดฉีด ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้อีก 275,000 ล้านบาทต่อปี จากปริมาณการใช้ 5 หมื่นล้านลิตร
นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายลดค่าไฟให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย โดยใช้แก๊สจากอ่าวไทยในราคาที่เป็นธรรม และลดราคาแก๊สหุงต้มเหลือ 360 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินคนไทยรวมทุกมาตรการพลังงานได้สูงถึง 443,000 ล้านบาทต่อปี
"ตัวเลขที่ผมคำนวณมาให้ลองบวกดู ลดน้ำมันประหยัดไป 275,000 ล้าน ลดค่าไฟประหยัดไป 144,000 ล้าน ลดแก๊สประหยัดไป 24,000 ล้าน รวมเบ็ดเสร็จประหยัดเงินคนไทยไป 443,000 ล้านต่อปี ถ้าหารผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 50 ล้านคน จะเท่ากับประหยัดเงินให้ท่านได้ 8,860 บาทต่อปี แล้วท่านจะไปรับเงินซื้อเสียง 7,500 บาททำไม ถ้าให้ผมทำงาน 4 ปี จะประหยัดเงินให้ท่านได้ถึง 35,000 บาท ดังนั้นอย่าไปรับเงินหมาเด็ดขาด เพราะท่านกำลังจะขายโอกาสที่รวมไทยสร้างชาติจะเข้าไปทำให้นโยบายเหล่านี้เป็นจริง"
นอกจากนี้ นายอรรถวิชช์ยังวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐมนตรีพลังงานคนนอกที่มาจากพรรคภูมิใจไทยว่าปล่อยให้ราคาแก๊สแตะระดับ 450-480 บาท และมีการอนุมัติซื้อพลังงานสะอาดในราคา 2.16 บาทต่อหน่วย ทั้งที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ สามารถทำได้เองในราคาเฉลี่ยเพียง 0.57 บาท พร้อมตั้งคำถามถึงความจริงใจในการลดค่าไฟเหลือ 3 บาทตามที่ติดป้ายหาเสียง
พรรครวมไทยสร้างชาติจึงเสนอ "กฎหมายเสรีโซลาร์" เพื่อให้ประชาชนและภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานสะอาดได้เอง ซึ่งจะช่วยดึงดูดการลงทุน Data Center และอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างเซมิคอนดักเตอร์ที่ปัจจุบันยังขาดหายไปในห่วงโซ่การผลิตของไทยเนื่องจากติดปัญหาภาษีคาร์บอน โดยระบุว่ากฎหมายนี้เคยผ่านการอนุมัติจากนายพีระพันธุ์แล้วแต่ถูกคว่ำไปหลังออกจากตำแหน่งเพียง 3 วัน
นายอรรถวิชช์ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการทำประชามติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับที่ต้องใช้งบประมาณสูงถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งมองว่าเป็นการสิ้นเปลืองและอาจมีวาระซ่อนเร้นในการนิรโทษกรรมทางการเมือง โดยยืนยันว่ารัฐธรรมนูญสามารถแก้ไขรายมาตราได้โดยใช้งบเพียง 3,000 ล้านบาท และการแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่คำตอบของการกระจายอำนาจ
พรรคจึงเสนอนโยบายสร้าง "10 มหานคร" โดยนำงบประมาณ 10,000 ล้านบาทไปจัดสรรให้กลุ่มจังหวัด เช่น กลุ่มขอนแก่น-ร้อยเอ็ด-มหาสารคาม-กาฬสินธุ์ เพื่อให้สภาการค้าและมหาวิทยาลัยในพื้นที่จัดทำงบประมาณเองตามความต้องการของประชาชน พร้อมทั้งเน้นย้ำเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ว่ามีความยึดโยงกับอำนาจรัฐและการทำงานของข้าราชการมากกว่าแค่ในหมวด 1 และหมวด 2 และเรียกร้องให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองที่เข้มแข็งและไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อปกป้องกฎหมายสูงสุดของประเทศและเดินหน้าเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน







