วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ เขตปทุมวัน นายอดิศร โพธิ์อ่าน รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด "กา 6 ไม่โกหก พลิกโฉมประเทศ" โดยเริ่มต้นด้วยการกล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกและจังหวัดชลบุรีที่ให้การสนับสนุนพรรคตลอดการลงพื้นที่ตระเวนปราศรัย พร้อมทั้งบอกเล่าถึงเส้นทางการเมืองที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2539 ทั้งในพรรคความหวังใหม่และพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งเว้นวรรคทางการเมืองไปประกอบธุรกิจส่วนตัวในปี 2548 ก่อนจะตัดสินใจกลับมาเข้าสู่แวดวงการเมืองอีกครั้งเนื่องจากต้องการร่วมสร้างฝันและกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ
นายอดิศรระบุว่า สาเหตุที่ตัดสินใจแยกตัวจากพรรคการเมืองเดิมที่เคยสังกัด เนื่องจากความเห็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องการปกป้องสถาบันและปัญหาความไม่โปร่งใสภายในพรรค โดยเปรียบเทียบพรรคการเมืองเหมือนเรือที่กำลังรั่วแต่กลับไม่มีการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างจริงจัง แต่กลับมองว่าเป็นเพียงปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงในหมู่คนไทย
จากนั้นจึงได้รับการชักชวนให้มาพบกับนายพีระพันธุ์ สารีรัฐวิภาค และได้เข้าพูดคุยกันถึง 3 รอบ รวมเวลากว่า 5 ชั่วโมง เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติและแนวทางการทำงานการเมืองร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ
"ผมถามพี่พีประโยคแรกเลยว่า พี่คิดอย่างไรกับโทษประหาร? เมืองไทยต้องใช้โทษประหาร เพราะถ้าไม่มีโทษประหาร การทุจริตคอร์รัปชันเมืองไทยแก้ไม่ได้ เนื่องจากนักการเมืองหรือข้าราชการประจำบางส่วนคิดเพียงอย่างเดียวว่าจะหาผลประโยชน์จากงบประมาณตรงไหนได้บ้าง พี่น้องสังเกตไหมครับว่า ทำไมปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งไม่เคยจบสิ้นเสียที เพราะถ้าปัญหาเหล่านี้หมดไป ก็จะไม่มีงบประมาณมาให้พวกเขาสูบกิน ซึ่งพี่พีบอกกับผมว่าเขาเห็นด้วยและคิดจะทำเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่สองผมถามถึงกลุ่มอำนาจใหม่หรือกลุ่มบิ๊ก (BIG) ซึ่งท่านก็ให้ความสนใจเช่นกัน ผมจึงตกลงใจที่จะร่วมงานเพื่อทำนโยบายร่วมกับพี่พีครับ"
นอกจากนี้ นายอดิศรยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายที่ตั้งใจจะผลักดันร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ทั้งเรื่องการจัดการป่าทับซ้อน การแก้ปัญหาเด็กแว้นแข่งรถในทางสาธารณะ และประเด็นด้านแรงงาน โดยยืนยันว่านโยบายทั้งหมดภายใต้ "6 เสาหลัก" เป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริงและมุ่งหวังที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้า พร้อมทั้งฝากเตือนถึงประชาชนว่า หากนโยบายของพรรคไม่ได้รับการสนับสนุน ประเทศอาจต้องเผชิญกับปัญหาราคาพลังงานและราคาน้ำมันที่แพงขึ้น จึงขอให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นในนโยบายที่พรรคได้ประกาศไว้เพื่อร่วมกันพลิกโฉมประเทศไทยอย่างยั่งยืน








