การเมืองทั่วไป

“ชวน” แฉยับยุคตกต่ำ! ยัน “อภิสิทธิ์” คือทางรอด ชุบชีวิต ปชป. จาก “พรรคอะไหล่” สู่พรรคหลัก พร้อมทวงคืนศักดิ์ศรีเมืองตรัง

แชร์ข่าว

“ชวน” ย้อนความ “ยุคเฉลิมชัย” ทำปชป.ตกต่ำ แต่ “อภิสิทธิ์” มายกระดับ ชมเปาะเหมาะเป็นผู้นำฟื้นพรรค ซัดมีบางพรรค ใช้ท้องถิ่น-อสม. เป็นเครื่องมือซื้อเสียง แจ้ง “ปลัดมท.-สธ.” ให้ตักเตือน พร้อมขอความร่วมมือหนุนการเลือกตั้งสุจริต เพื่อสร้างการปกครองที่เป็นประชาธิปไตย

วันที่ 3 ก.พ.2569 ที่หน้าศาลากลางเก่าจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์เปิดปราศัยใหญ่ “คนตรัง ไม่ทน ทุนเทา” นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

ต่อมาเวลา 20.00.น. นายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวบนเวทีปราศรัยที่จ.ตรัง ว่ามีเรื่องที่ตนต้องเล่าให้ฟังในฐานะเป็นเจ้าของพรรค ว่า ก่อนหน้านี้พรรคประชาธิปัตย์มีความขัดแย้งรุนแรง ตอนลงมติโหวต นายเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ทั้งนี้มีการฝืนมติพรรค มี สส. 19 คนลงคะแนนสนับสนุนให้นายเศรษฐา ทั้งที่มติพรรคไม่สนับสนุน ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสื่อมเสีย ต่อมานายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ลาออกจากหัวหน้าพรรค และได้นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคตกต่ำของพรรค และมีแกนนำพรรคหลายคนลาออก เหลือแต่ตน แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์บันดาลให้มีเหตุการณ์เปลี่ยนแปล คือ นายเฉลิมชัย ลาออก จึงเป็นที่มาที่นายอภิสิทธิ์กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค และแกนนำที่ลาออกไปได้กลับมา

“ตอนนี้นายอภิสิทธิ์กลับมา ทำให้ยกระดับจากพรรคอะไหล่ พรรคสำรอง จากที่ผู้บบริหารยุคก่อนนั้นมีวัตถุประสงค์จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นเหมือนพรรคชาติไทย เป็นพรรคครอบครัว ได้สส. ไม่กี่คน แต่หัวหน้าพรรคร่วมเป็นรัฐมนตรีทุกครั้ง แต่ตอนนี้ยกะระดับแล้ว ผมมองว่านายอภิสิทธิ์เหมาะสมจะเป็นผู้นำ ขอให้ประชาชนช่วยทำตามที่ขอร้อง เลือกพรรคประชาธิปัตย์ และขอสนับสนุนผู้เลือกตั้ง สส.เขต” นายชวน กล่าว

นายชวน กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีเงินออกมาแล้ว เริ่มต้น 500 บาท ตนจึงไปเข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่เจอพบแต่นายอำเภอ และผู้กำกับ เพื่อขอร้องให้ช่วยตรวจสอบและปรามผู้ซื้อเสียง แต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็น รมว.มหาดไทย ทำให้ข้าราชการกลัวไม่กล้าทำอะไร แต่ตนขอชื่นชม พ.จ.ท.อนันต์ บุญสำราญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ที่กล้าเตือนว่าอย่าเป็นเครื่องมือคนซื้อเสียง นอกจากนั้นได้ทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงมหาดไทย แม้รู้ว่าเป็นคนของนายอนุทิน แต่พ่อของปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นคนจ.ตรัง ตนจึงเขียนหนังสือด้วยความเป็นกัลยาณมิตร แจ้งถึงพฤติกรรมการเมืองของบางงพรรค ซื้อเสียง ที่ระบาดไปถึงจ.ตรัง และขอปลัดกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนภารกิจเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีเกียรติ ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขอให้กำชับบุคลากรส่วนกลางและท้องถิ่น ทำงานด้วยความเป็นธรรม สร้างสรรค์ความถูกต้องชอบธรรมให้กับประเทศ สอดคล้องกับการปกครองในระบอบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

นายชวน กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นแล้วมีบางพรรคใช้ อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ซื้อเสียง มีคนบอกว่าไม่อยากทำ แต่จะถูกมองเป็นหมาหัวเน่า ตนเห็นใจทำหนังสือปลัดกระทรวงสาธารณสุข ขอให้คำนึงถึงศักดิ์ศรีของ อสม.

“อสม. 1 คน คุม 25 ครอบครัว เขาจะให้เงินไว้ 25,000 บาท เพื่อจ่ายให้ครอบครัวละ 1,000 บาท และจะให้รางวัล อสม. อีก 10,000 บาท รวมถึงเงินรางวัลอีก 200 บาท ทำให้ อสม. เป็นเครื่องมือการเมือง ผมจึงทำหนังสือถึงปลัดกระทรวงสาธารณสุขเพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าว”นายชวน กล่าว