การเมืองทั่วไป

"เอกนิติ" ลั่นพิสูจน์แล้วดึงเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่ม เลือกคนทำเป็น เลือก "ภท." ชีวิตดีขึ้น ยันไร้ประชานิยม ชูนโยบาย10พลัส ทำจริง

แชร์ข่าว

วันที่ 30 ม.ค.2569 เมื่อเวลา18.45น. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย กล่าวปราศรัยใหญ่เวทีกรุงเทพฯพรรคภูมิใจไทย ตอนหนึ่งว่า ถ้าตนไม่เข้ามาเศรษฐกิจไทยจะยิ่งแย่ ประเทศไทยจะติดหล่ม ถ้าเราไม่สามารถยกรถเศรษฐกิจขึ้นมาได้จะยิ่งดิ่งมากกว่านี้ เราถึงได้ออกแบบนโยบายเศรษฐกิจให้เริ่มต้นยกเศรษฐกิจไทยขึ้นจากหล่มมาได้ ทั้งโครงการคนละครึ่งพลัส ทำให้มีชีวิตที่ดีขึ้น รายได้ของประเทศก็มาจากกลุ่มเอสเอ็มอี ตนเข้ามาทำงานทิ้งชีวิตราชการไป 6 ปี ออกมาทำให้ประเทศไทยดีขึ้น

ข้อมูลล่าสุดออกมาว่าประเทศไทยพ้นจากหล่มเรียบร้อยแล้ว มูลค่าเศรษฐกิจไทยปีที่แล้วทั้งปีประมาณ 300,000 ล้านบาท จากการที่ไปประชุมดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ รู้สึกว่าน่ากลัวเพราะโลกแบ่งขั้วกัน มีการพูดว่าทุกคนมีสิทธิ์เลือกจะอยู่บนโต๊ะเจรจา บนโต๊ะอาหารหรือจะเป็นอาหารให้เขากิน ซึ่งประเทศไทยเราพาคนไทยไปอยู่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว

นายเอกนิติ กล่าวต่อว่า เราต้องการให้ประเทศไทยมีโอกาสทางเศรษฐกิจในเวทีโลก ถ้าเราไม่หาพันธมิตร เราไม่สามารถเจรจาผู้ขายได้ เราจะไม่มีการลงทุนในประเทศไทย และเราจะไม่สามารถไปต่อรองกับใครได้ คนก็จะตกงาน ธุรกิจก็จะขาดทุน เราไปเจรจาที่ดาวอส 3 วัน สามารถดึงการลงทุนมาได้ 500,000 ล้านบาท นี่คือการที่เราไปอยู่ตรงโต๊ะเจรจา นอกจากนี้ ยังดึงเทคโนโลยีที่ ต้องมีการสอนทักษะให้คนไทยด้วย

“ฝันของผมอยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย อยากเห็นคนไทยมีความสุข ให้คนไทยยืนได้บนขาตัวเอง เราถึงไม่ทำนโยบายประชานิยม ไม่ทำนโยบายแจก แต่เราต้องการทำให้คนไทยมีทักษะที่ดีขึ้น เราต้องการให้เบ็ดเขาไปตกปลาไม่ได้ให้ปลาเขาไปกินแล้วจบ นี่คือหลักการของพรรคภูมิใจไทย ผมทำงานรับตำแหน่งมาจนยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำงานมา 73 วัน สิ่งที่พิสูจน์คือนโยบาย 10 พลัส เราทำจริง เราไม่ได้พูดอย่างเดียว และเราก็ทำเป็น

สิ่งที่อยากจะขอหลังประเทศไทยขึ้นจากหล่ม คือต้องให้รถยนต์ของคนไทยมันขับเคลื่อนไปได้ ต้องพร้อมที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งขึ้น เราจะได้มีรายได้มากขึ้น มีหนี้ลดลง แต่อยู่บนวินัยการเงินการคลัง ทั้งนี้ เรามาเป็นรัฐบาลอยู่ 73 วันเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มได้ ไม่ใช่ใครก็ได้ แต่คนที่ทำเป็นทำดี มันมีน้อย นโยบายดีมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าทำเป็นต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย เพื่อจะได้ชีวิตดีขึ้นไม่น้อยกว่า 10 เท่า” นายเอกนิติ กล่าว