29 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำทีมลงพื้นที่ตลาดเมืองไทยภัทรและชุมชนในเขตห้วยขวาง-วังทองหลาง เพื่อช่วยนางสาวสุภกฤตา ธงไชย ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 5 เบอร์ 7 รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง โดยบรรยากาศการเดินตลาดเป็นไปอย่างคึกคัก มีพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนเข้ามาให้การต้อนรับและขอถ่ายรูปคู่กับหัวหน้าพรรคอย่างต่อเนื่อง
นายพีระพันธุ์ได้เน้นย้ำถึงนโยบายหลักของพรรคที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจฐานรากมากกว่าการคำนึงถึงตัวเลข GDP เพียงอย่างเดียว โดยระบุว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดคือการที่ประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋าและขาดเงินทุนในการประกอบอาชีพ พรรคจึงเตรียมจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อให้ประชาชนกู้ยืมเป็นเงินทุนรายละ 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านคน โดยไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนชำระคืนได้ในอัตราไม่เกินเดือนละ 500 บาท เพื่อช่วยลดการพึ่งพิงหนี้นอกระบบ
นอกจากนี้ยังมีนโยบายสร้างงานเพิ่มขึ้นอีก 300,000 ตำแหน่ง และการปรับปรุงระบบภาษีโดยการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้น 10% จากกลุ่มธุรกิจพลังงานและกลุ่มธนาคารที่มีกำไรมหาศาล เพื่อนำเงินมาคืนสู่สังคมและช่วยเหลือผู้ค้าขายรายย่อย ผู้สูงอายุ และคนพิการ
ในระหว่างการลงพื้นที่ มีแม่ค้าในตลาดได้เข้ามาสอบถามถึงรายละเอียดและความเป็นไปได้ของนโยบายพรรคด้วยความสนใจและกังวลใจต่อสถานการณ์เศรษฐกิจ
"หนูได้อ่านนโยบายของท่านแล้ว อะไรที่ท่านจะแก้เป็นอันดับแรก เพราะตอนนี้ประเทศมีหนี้เยอะมาก แล้วท่านจะเอาเงินตรงไหนมาช่วยประชาชนในเวลาจำกัดขณะท่านเป็นรัฐบาล ประชาชนต้องการความหวังจากนักการเมือง แต่ก็กลัวว่านักการเมืองเข้ามาก็เหมือนเดิม เท่าที่เห็นมาเข้ามาก็โกงกินทั้งนั้นเลย ฝากท่านด้วย ฝากความหวังจากประชาชนที่อยู่ด้านล่าง ถ้าท่านเข้าไปท่านรับรองว่าท่านจะทำใช่ไหมคะ คนด้านล่างที่อยู่ไม่ได้ คนด้านบนก็สบายอยู่แล้ว ไม่รู้จะส่งปากเสียงให้ใคร ส่งความคิดเห็นให้ใคร เพราะมันไม่ถึงด้านบนสุด เมื่อท่านมาเดินจึงอยากถามว่ามันจะเป็นไปได้ไหม มันจะทำได้ไหม คือประชาชนด้านล่างเขามีความหวังกับนักการเมืองแต่นักการเมืองทำให้เขาเบื่อ จนไม่อยากจะไปเลือกตั้งแล้ว เราต้องการคนที่จะพัฒนาประเทศจริงๆ เพราะฉะนั้นหนูจึงต้องมาถามท่านว่า ท่านยืนยันขนาดไหนว่าท่านจะทำได้ตามที่ท่านพูด เพราะไม่งั้นการเมืองจะทำให้เด็กรุ่นใหม่เบื่อไปเลย"
ด้านนายพีระพันธุ์ได้อธิบายพูดคุยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างละเอียด โดยระบุว่า "ผมทำแน่ครับ นโยบายผมทำจากของจริงหมด ไม่ได้คิดเพ้อเจ้อ ผมทำงานการเมืองมา 30 ปี ตั้งแต่สมัยงบประมาณยังไม่ถึง 1 ล้านล้าน จนวันนี้ 3.8 ล้านล้านบาท แต่ถูกแบ่งไปเพียง 19 หน่วยงาน เราแค่ต้องจัดระบบใหม่ กันเงินส่วนหนึ่งมาให้ประชาชนก่อนผ่านกองทุนฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท และที่สำคัญผมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าค่าไฟลดได้จริง จากที่เคยสูงถึง 4.77 บาท ผมปรับลดลงมาเหลือ 3.94 บาทได้ในช่วงที่ผมดูแลอยู่ ถ้าผมเป็นแกนนำรัฐบาล ทุกอย่างที่พูดทำได้ล้านเปอร์เซ็นต์แน่นอนครับ"
นอกจากนี้ หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติยังได้ชี้แจงถึงแนวทางการลดค่าครองชีพอย่างครบถ้วน โดยระบุว่าจะปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่โดยไม่อิงราคาสิงคโปร์เนื่องจากประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง โดยตั้งเป้าลดราคาน้ำมันดีเซลให้ไม่เกินลิตรละ 25 บาท ส่วนน้ำมันเบนซินจะพยายามปรับลดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
สำหรับก๊าซหุงต้มจะปรับลดราคาลงเหลือถังละ 360 บาท จากปัจจุบันที่ราคาพุ่งสูงถึง 480 บาท และลดค่าไฟฟ้าให้เหลือเพียงหน่วยละ 3.30 บาท ในส่วนของสวัสดิการสังคม พรรคมีนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการเป็น 1,500 บาทแบบถ้วนหน้า ไม่ต้องรอตามขั้นบันไดอายุ และหากใครเคยจ่ายภาษีมาก่อนจะได้รับเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็น 2,000 บาท ทั้งนี้ยังมีนโยบายดูแลสัตว์เลี้ยงผ่านโครงการ 1 จังหวัด 1 โรงพยาบาลรัฐของสัตว์เลี้ยง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการฉีดวัคซีนและรักษาพยาบาลอีกด้วย
นายพีระพันธุ์จึงขอโอกาสให้ประชาชนเลือกพรรครวมไทยสร้างชาติ เบอร์ 6 ในบัตรสีชมพู และเลือกนางสาวสุภกฤตา ธงไชย เบอร์ 7 ในบัตรสีเขียว เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาพลังงานและเศรษฐกิจให้เห็นผลจริง







