"วันมูหะมัดนอร์" ส่งสารตรงถึงผู้ว่าฯ ปัตตานี เตือนปลัด-นายอำเภอวางตัวเป็นกลาง หลังพบพิรุธในพื้นที่ ย้ำ "ยะลาหยุดแล้ว ปัตตานีต้องหยุดด้วย" ด้าน "พ.ต.อ.ทวี" ชูนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า เล็งยกเลิกกฎหมายพิเศษที่ใช้กับประชาชน แล้วนำไปจัดการ "นักค้ายา" แทน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี บรรยากาศเวทีปราศรัยย่อยพรรคประชาชาติเพื่อช่วยหาเสียงให้ นายอรุณ เบ็ญจลักษณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 2 เป็นไปอย่างดุเดือด โดยแกนนำพรรคได้เน้นย้ำถึงประเด็นความโปร่งใสในการเลือกตั้งและการคืนสิทธิเสรีภาพให้คนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยมีแกนนำและผู้สมัคร สส.ปัตตานี ตบเท้าเข้าร่วมครบทุกเขต ได้แก่ ผศ.วรวิทย์ บารู (เขต 1 เบอร์ 6), นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ (เขต 3 เบอร์ 6), นายอับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ (เขต 4 เบอร์ 2) และ นายบัณฑิต อับดุลบุตร (เขต 5) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรค และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ท่ามกลางมวลชนในพื้นที่ที่เดินทางมาร่วมรับฟังนโยบายและให้กำลังใจอย่างหนาแน่น
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ ได้ใช้เวทีนี้ส่งสัญญาณเตือนอย่างรุนแรงไปยังข้าราชการในพื้นที่ โดยเฉพาะกรณีการวางตัวไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่รัฐ นายวันมูหะมัดนอร์เปิดเผยว่า ตนได้รับข้อมูลว่ามีการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ระดับอำเภอและปลัดอำเภอในลักษณะที่อาจแทรกแซงการตัดสินใจของประชาชน
"ผมอยากฝากถึงผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ท่านเป็นคนยะลา เรารู้จักกันดี คุณต้องเตือนลูกน้องคุณนะ ถ้าไม่เตือน ผมบอกให้รู้ว่านี่คือการละเว้น (ปฏิบัติหน้าที่) ที่ยะลาเมื่อเช้าผมได้ข่าวว่านายอำเภอ ปลัดอำเภอเขาหยุดแล้ว แต่ที่ปัตตานีเห็นว่ามีอยู่ 2 อำเภอที่ทำ ท่าจะเป็นอย่างนี้ ถ้าไม่หยุดก็อย่าหาว่าผมรังแก ผมพูดตรงไปตรงมา หยุดซะ" นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุ
นอกจากนี้ยังย้ำว่า ผลการเลือกตั้งเป็นเรื่องของเจตนารมณ์ประชาชนและประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า (อัลลอฮ์) ข้าราชการไม่ควรเข้ามาแทรกแซงเพื่อหวังผลตอบแทนทางการเมือง แต่ควรทำหน้าที่ดูแลประชาชนอย่างยุติธรรม
ด้าน พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ปราศรัยถึงการคืนความปกติสุขให้พื้นที่ผ่านการปรับปรุงกฎหมาย โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันรัฐเน้น "ความมั่นคงของรัฐ" จนละเลย "ความมั่นคงของประชาชน" ดังจะเห็นได้จากการคงอยู่ของกฎอัยการศึกและการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ยาวนาน
พ.ต.อ.ทวี ประกาศนโยบายสำคัญด้านความมั่นคง ว่า จะยกเลิกกฎหมายพิเศษ พรรคมีนโยบายผลักดัน "กฎหมายสร้างสันติภาพและสันติสุข" เพื่อแทนที่กฎหมายพิเศษเดิมที่สร้างภาระและจำกัดสิทธิประชาชน
หากยังจำเป็นต้องมีกฎหมายพิเศษ พรรคเสนอให้นำมาใช้จัดการกับ "นักค้ายาเสพติด" แทนที่จะนำมาใช้ควบคุมประชาชนทั่วไป เพื่อแก้ปัญหายาเสพติดที่กำลังกัดกินครอบครัวในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงกรณีการ เปลี่ยนสนามบินทหารเป็นพาณิชย์ว่า ยกกรณีสนามบินปัตตานี (บ่อทอง) ที่ถูกทหารยึดครองไปใช้เพื่อความมั่นคง โดยพรรคตั้งเป้าจะดึงกลับมาเป็นสนามบินพลเรือนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
"เราจะเปลี่ยนมุมมองความมั่นคงใหม่ ความมั่นคงของรัฐกับความมั่นคงของประชาชนต้องเป็นเรื่องเดียวกัน ไม่ใช่รัฐเข้มแข็งแต่ประชาชนอ่อนแอ หรือประชาชนถูกด้อยค่าเพียงเพราะมีความเห็นต่าง" พ.ต.อ.ทวี กล่าวเน้นย้ำ
ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ระบุว่าจากการลงพื้นที่และผลสำรวจ พรรคประชาชาติมีโอกาสสูงมากที่จะกวาดที่นั่ง สส. ปัตตานี ได้ครบทั้ง 5 เขต พร้อมเตือนประชาชนเรื่องการซื้อเสียงที่เป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของคนในพื้นที่ โดยขอให้จดจำหมายเลข 33 ของพรรคประชาชาติในบัตรสีชมพู เพื่อเข้าไปล้างหนี้ กยศ. และสร้างสนามบินปัตตานีให้เกิดขึ้นจริงในรัฐบาลสมัยหน้า
การเลือกตั้งครั้งนี้จึงอาจไม่ใช่แค่เรื่องของ "แพ้หรือชนะ" แต่มันคือบทพิสูจน์ว่า เสียงฝีเท้าของประชาชนที่เดินเข้าคูหา จะดังพอที่จะสั่นคลอนกรงขังของกฎหมายพิเศษ และทวงคืนความยุติธรรมกลับสู่มาตุภูมิได้จริงหรือไม่ คำตอบทั้งหมดจะถูกจารึกผ่านปลายนิ้วของชาวปัตตานีในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งนั่นจะเป็น "คำพิพากษา" ที่ทรงพลังที่สุดที่ข้าราชการทุกคนต้องยอมรับโดยดุษฎี








