วันที่ 26 มี.ค.69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชาติ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อความอยู่รอดและลมหายใจของคนไทยทุกคน ระบุว่า
ในวันนี้ราคาน้ำมันทุกชนิดพุ่งสูงขึ้นอีกลิตรละ 6 บาท อาทิ เบนซิน 95 ราคาประมาณ 41 บาท/ลิตร ดีเซลประมาณ 38.94 บาท/ลิตร สำหรับสภาพสังคมไทยที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในระดับแรกๆของโลก “นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงาน แต่มันคือเรื่องความอยู่รอดของประชาชน” จากผลสำรวจล่าสุดของ สำนักงานสถิติแห่งชาติ เสียงสะท้อนความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนนั้นชัดเจนจนน่าตกใจ อันดับ 1 “ค่าครองชีพสูง” อันดับ 2 “รายได้ไม่พอกับรายจ่าย” และอันดับ 3 “หนี้สิน” เหล่านี้คือสัญญาณอันตราย เมื่อรายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำทันทีไม่ใช่การแจกเงินชั่วคราว แต่คือการ “ตัดลดต้นทุนชีวิต” ของประชาชนที่ต้นตอ ด้วยการหยุดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ที่รัฐบาลเก็บ เช่น เบนซิน 95 ที่ 7.50 บาท/ลิตร หรือดีเซล 6.92 บาท/ลิตร ด้วยการยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันทั้งหมด
บทเรียนการแก้ไขปัญหาจากอดีต เช่น สมัยรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร (ระหว่างปี 2555-2557) เคยลดภาษีดีเซลจนเหลือเกือบ 0 บาท และตรึงราคาพลังงานทั้งระบบเพื่อคุ้มครองประชาชน หรือสมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เคยลดภาษีดีเซลลงถึง 5 บาท (พ.ศ. 2565–2566)
การยกเลิกภาษีน้ำมันดังกล่าว ถือเป็นการ “กระจายรายได้กลับคืนสู่ประชาชน” อย่างแท้จริง เพราะภาษีเหล่านี้เมื่อจัดเก็บจะถูกนำไปเป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่ไม่สามารถย้อนกลับไปยังประชาชนเนื่องจากวิกฤตการณ์งบประมาณไทย ส่วนใหญ่จะนำไปเป็นงบดำเนินงานและรายจ่ายประจำของส่วนราชการต่างๆ (มากกว่า 70% ในส่วนนี้เป็นงบบุคลากร 40%) ซึ่งกระจุกตัวอยู่ในภาครัฐส่วนกลาง (มากกว่า 74%) ขณะที่งบกระจายไปท้องถิ่นทั่วประเทศ 76 จังหวัดมีเพียง 8-9% ประชาชนซึ่งเป็นผู้จ่ายภาษีกลับไม่ได้รับประโยชน์โดยตรง
การยกเว้นหรือยกเลิกภาษีน้ำมัน จึงเป็นการปล่อยทรัพยากรกลับไปอยู่ในมือของประชาชน ให้สามารถใช้จ่าย หมุนเวียน และต่อยอดในระบบเศรษฐกิจจริง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างพลังทางเศรษฐกิจที่กระจายถ้วนหน้าทุกพื้นที่อย่างเสมอภาคและเพื่อความอยู่รอดเป็นชีวิตของประชาชนส่วนรวมของประเทศด้วย







