พรรคประชาชนเปิดหน้าสู้! แฉเบื้องหลังมติปลด "หมอสุภัทร" พบพิรุธ อ.ก.พ. เมินคำสั่งกลั่นกรองที่ให้สอบข้อเท็จจริงเพิ่มก่อนลงโทษวินัยร้ายแรง "ชัยธวัช" ลั่นต้องรักษาธรรมาภิบาลราชการ ไม่ใช่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง 69
วันที่ 28 ม.ค.2569 นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน แถลงถึงกรณีการออกคําสั่งลงโทษทางวินัยร้ายแรง นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 2 พรรคประชาชน ซึ่งกระทบต่อการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในขณะนี้ว่า พรรคประชาชน ยืนยันอีกครั้งว่า นพ.สุภัทร ยังมีสถานะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เพราะขณะนี้ ปลัดกระทรวงสาธารณสุขสาธารณสุข ยังไม่มีการลงนามในคําสั่งปลด นพ.สุภัทร ตามมติของ อ.ก พ. และต่อให้มีการลงนามแล้ว นพ.สุภัทร ก็ยังคงสถานะผู้สมัครอยู่ ตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งดังกล่าว
ส่วนกรณีที่กระทรวงสาธารณสุขแถลงถึงการมีมติของ อ.ก.พ. ปลด นพ.สุภัทร ออกจากราชการนั้น เป็นไปตามกระบวนการที่ชอบแล้วทุกประการ เป็นการทํางานตามกระบวนการที่ต้องพิจารณาโดยเร็ว หลังจากคณะกรรมการกลั่นกรองพิจารณาแล้วเสร็จ แต่กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงว่า คณะกรรมการกลั่นกรองมีข้อเสนออะไรต่อ อ.ก.พ. พรรคประชาชนเห็นว่า การแถลงดังกล่าวเป็นการแถลงข้อเท็จจริงโดยที่มีนัยสําคัญไม่ครบถ้วน เพราะเราทราบถึงข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองต่อ อ.ก.พ.ว่าข้อเท็จจริงที่ได้มีการสอบสวน ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ ที่จะพิจารณาความผิดวินัยร้ายแรงต่อไป ว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า คณะกรรมการกลั่นกรองจึงเห็นควรให้ดําเนินการสอบสวนเพิ่มเติม ดังนี้ 1. การดําเนินการจัดซื้อ ATK อันมีลักษณะเป็นการแบ่งซื้อ ทางราชการได้รับความเสียหายร้ายแรงอย่างไร และบริษัทผู้ขายได้ประโยชน์จากทางราชการอย่างไร 2. จากการสอบสวน ไม่พบข้อเท็จจริงว่า มีการเทียบเคียงข้อมูลการจัดซื้อของหน่วยงานอื่นหรือไม่ รวมถึงข้อมูลของบริษัทผู้ขาย ATK ว่าได้จําหน่ายให้กับหน่วยงานใดบ้างหรือไม่ แต่ปรากฏว่า อ.ก.พ.เสียงส่วนใหญ่ กลับไม่ได้สนใจพิจารณาให้มีการสอบสวนเพิ่มเติม ทั้งที่ที่เป็นประเด็นสําคัญในการพิจารณาลงโทษวินัยร้ายแรงต่อ นพ.สุภัทร
“พรรคประชาชนเห็นว่า หากกระทรวงสาธารณสุข ลงนามปลด นพ.สุภัทร โดยไม่ชอบธรรม พรรคจะดําเนินการทางกฎหมายทุกช่องทาง ในการปกป้องสิทธิของประชาชน จังหวัดสงขลาเขต 2 ในการเลือกผู้แทนราษฎรที่ตนเองต้องการ รวมถึงปกป้องหลักธรรมาภิบาลในระบบราชการ และพรรคประชาชนจะดําเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อํานาจโดยมิชอบอย่างถึงที่สุด”นายชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีนพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้สมัคร สส.เชียงราย เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ที่มีการอ้างว่า ตัวเลขการจัดซื้อ ATK สูงกว่าราคาในท้องตลาด ชัยธวัช กล่าวในนามส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับพรรคว่า ตนเองไม่อยากเสียเวลาโต้แย้ง เสียใจกับคุณหมอท่านนี้ เพราะเมื่อนึกถึงคุณหมอท่านนี้ทีไร ก็รู้สึกเสียใจทุกครั้งที่เคยไปช่วยหาเสียงที่จังหวัดเชียงราย เขต 1 ซึ่งบุคคลท่านนี้ทรยศต่อพี่น้องประชาชน
นายชัยธวัช กล่าวถึงเรื่อง ATK ว่า จริงๆ แล้ว ข้อมูลมีเยอะ สามารถไปค้นได้ การซื้อแต่ละครั้ง เป็นอย่างไร ATK แต่ละเกรด เป็นอย่างไร ขอเตือนว่า ให้ระวังหากพูดเรื่องนี้เยอะ เพราะก่อนหน้านี้ ในช่วงนั้นก็มีการตั้งข้อสงสัย ข้อสังเกตกับการสั่งซื้อ ATK บริษัทเล่อปู๋ (Lepu) จากประเทศจีน ที่ผิดสังเกต ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น แต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องนี้ตนเองยินดี และคิดว่าประชาชนก็สนใจกับการซื้อ ATK และวัคซีนในขณะนั้นด้วย
นายชัยธวัช เชื่อว่า นพ.สุภัทร ชี้แจงได้ แต่ประเด็นสําคัญ คือข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรอง ที่ควรให้มีการสอบสวนข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน ว่าการกระทําของ นพ.สุภัทร มีการทุจริตจริงหรือไม่ และทําให้ราชการเสียหายร้ายแรงหรือไม่ นอกจากแค่เรื่องผิดระเบียบ เพราะถ้าจะลงโทษวินัยร้ายแรง ก็ต้องมีข้อมูลที่ชี้ให้เห็นเหมาะสมเพียงพอ
“กระทรวงสาธารณสุข คงถูกกระแสสังกดดัน และตั้งคําถามกับเรื่องนี้มาก จนต้องรีบเอามาชี้แจง จึงขอฝากคําถามไปยังปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ ว่าทําไมจึงไม่พิจารณาข้อเสนอ เพราะตามระเบียบ ปลัดกระทรวงฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ สามารถทบทวนมติได้ และให้ไปดําเนินการเพิ่มเติมได้ และขอให้ดูตามไทม์ไลน์” นายชัยธวัช กล่าว







