28 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ นายชัชวาลล์ คงอุดม เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยแนวทางแก้ปัญหาความไม่ยุติธรรมในระบบที่ส่งผลให้คนซื่อสัตย์เสียเปรียบและคนโกงลอยนวล โดยมองว่าหากไม่มีการจัดการอย่างจริงจัง การทุจริตจะกลายเป็นเรื่องปกติที่ผลักคนดีออกจากระบบ จึงได้เสนอนโยบายรื้อกฎหมายปราบคอร์รัปชันเพื่อความเท่าเทียม เน้นการปรับกฎหมายคดีทุจริตโครงการใหญ่ให้มีโทษหนัก ยึดทรัพย์จากการทุจริตและการโอนทรัพย์หลบเลี่ยง ใช้ระบบดิจิทัลติดตามเส้นทางการเงิน เปิดช่องทางแจ้งเบาะแสที่ปลอดภัย ปรับงานราชการเป็นระบบออนไลน์เพื่อลดการเรียกรับผลประโยชน์ และจัดการธุรกิจสีเทาพร้อมเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด
นายชัชวาลล์ระบุถึงแรงบันดาลใจในการขับเคลื่อนนโยบายว่า "สำหรับผมการปราบโกงไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือการทำให้กติกาใช้ได้กับทุกคนจริง ตลอดหลายปีที่ผมทำงานในเตาปูนและบางซื่อ ผมได้เห็นว่าปัญหาของประเทศเริ่มจากต้นทุนชีวิต ค่าใช้จ่าย หนี้สิน และความไม่แน่นอนในการทำมาหากินของคนธรรมดา บทเรียนจากพื้นที่จริงทำให้ผมเชื่อว่าถ้าแก้ปัญหาชีวิตประจำวันได้ ประเทศก็ไปต่อได้ ผมจึงตั้งใจนำบทเรียนเหล่านี้ไปพัฒนาเป็นแนวทางระดับประเทศ เพื่อให้คนไทยอยู่ได้จริงในระบบที่เป็นธรรม"
จากบทเรียนในพื้นที่นำมาสู่แนวทาง "6 ปัญหา 6 นโยบาย" ซึ่งประกอบด้วย การรื้อโครงสร้างพลังงานเพื่อลดค่าไฟและค่าน้ำมัน จัดสวัสดิการที่กินได้จริง แก้หนี้อย่างเป็นธรรมเพื่อให้ประชาชนเริ่มต้นใหม่ได้ นโยบายปุ๋ยราคาเป็นธรรมเพื่อลดต้นทุนเกษตรกร การปราบโกงอย่างจริงจัง และการพิทักษ์ความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
โดยเฉพาะปัญหาค่าไฟที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 3.88 บาทต่อหน่วย ทำให้หลายครอบครัวต้องแบกภาระเดือนละ 4,000 – 5,000 บาท ตนจึงเสนอโยบาย "ทุบค่าไฟ" ให้เหลือประมาณ 3.30 บาทต่อหน่วย ผ่านการรื้อระบบราคาพลังงาน ลดกำไรส่วนเกิน และเปิดทางให้ประชาชนผลิตไฟใช้เองได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินได้ 600 – 750 บาทต่อเดือน หรือ 7,200 – 9,000 บาทต่อปี และหากดำเนินการต่อเนื่อง 4 ปี จะมีเงินเหลือในกระเป๋าเพิ่มขึ้นถึง 28,000 – 36,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเป็นเงินที่เคยถูกระบบ ดึงออกจากกระเป๋าประชาชน และควรถูกคืนกลับมา เพื่อให้คนไทยลดภาระค่าใช้จ่ายจริง
ในส่วนของจุดยืนทางการเมือง นายชัชวาลล์ยืนยันชัดเจนว่าตนและพรรครวมไทยสร้างชาติไม่สนับสนุนการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ เนื่องจากประเทศต้องมีเสถียรภาพเป็นฐาน ไม่ใช่รื้อโครงสร้างหลักทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล โดยมองว่าสิ่งที่ประชาชนรอคอยคือคำตอบเรื่องค่าครองชีพ ไม่ใช่เวทีถกเถียงใหม่ พร้อมทั้งประกาศขับเคลื่อน "การเมืองสีขาว" ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพการตัดสินใจของประชาชน ต่างจากการเมืองสีเทาที่ไม่โปร่งใส หรือการเมืองสีม่วงที่ให้ความสำคัญกับผลประโยชน์มากกว่าเหตุผล ซึ่งจุดยืนดังกล่าวมาจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ซึ่งตนเห็นด้วยและพร้อมสนับสนุน
"ที่คุณพีระพันธุ์มาทำเรื่องลดค่าไฟ ลดค่าน้ำมันให้เหลือ 25 บาท มันไปขัดทางกลุ่มนายทุน เพราะปกติการไฟฟ้าจะไปจ้างบริษัทต่างๆ มาผลิตไฟเกินความจำเป็น แล้วประชาชนต้องมาแบกรับค่า FT (ส่วนปรับค่าไฟตามต้นทุน) ซึ่งคุณพีระพันธุ์มองว่าประเทศเสียหาย ประชาชนแย่ เลยไม่ยอมและร่างกฎหมายออกมาเพื่อใช้เป็นพระราชกำหนด พอมีจังหวะทางการเมืองคนเลยนึกว่าหวงตำแหน่ง แต่จริงๆ ไม่ใช่ คุณพีระพันธุ์ต้องการให้ประชาชนได้ประโยชน์ ที่ผมยังอยู่ช่วยต่อเพราะนิสัยผมเป็นคนแบบนี้ ผมไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบประชาชน คุณพีระพันธุ์เป็นคนสะอาด ซื่อสัตย์ ใครจะเอาอะไรมาให้ก็ไม่เอา ผมจึงอยากสนับสนุนคนดีให้ทำงานเพื่อบ้านเมือง"
นอกจากนี้นายชัชวาลล์ยังย้ำนโยบายเสาหลักที่เตรียมเดินหน้า อาทิ การให้เงินช่วยเหลือเมื่อออกรบ 200,000 บาท เกณฑ์ทหารรับ 30,000 บาทพร้อมเงินเดือน 15,000 บาท ยกเลิก MOU43-44 โทษประหารชีวิตคนโกงและสแกมเมอร์ ลบประวัติเครดิตบูโรเพื่อกู้ใหม่ได้ทันที น้ำมันเบนซินและดีเซล 25 บาทต่อลิตร ปุ๋ยรัฐ 500 บาทต่อกระสอบ ผ่อนบ้านดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 30 ปี กองทุนฉุกเฉิน 50,000 ล้านบาท เบี้ยผู้สูงอายุและผู้พิการ 1,500 บาท ราคาข้าว 15,000 บาทต่อตัน ปาล์ม 6 บาทต่อกิโลกรัม การใช้หนี้ กยศ. ด้วยงานราชการ และการปรับระบบการศึกษาจากสอบเข้าเป็นสอบจบ
นายชัชวาลล์ได้หยิบยกคำพูดของคุณซีเค เจิง (CK Cheong) ที่ระบุว่า "พรรคที่ซื้อเสียงคือพรรคที่ไม่ควรเลือกที่สุด" โดยตนเห็นด้วยอย่างยิ่งเนื่องจากควรใช้เหตุผลและความหวังในการตัดสินใจทางการเมือง ไม่ใช่เงินหรืออิทธิพล พร้อมย้ำอุดมการณ์ในการทำงานคือ พูดในสิ่งที่ทำได้ และทำในสิ่งที่พูด เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตภายใต้สโลแกน: กาเบอร์ 6 ไม่โกหก "เด็ดขาดแก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ"








