วันที่ 1 มี.ค.69 นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ว่าที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ในรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ว่า มีปัญหากับวิธีการทำงานของกองทุนน้ำมัน คือเวลาในการประกาศว่าจะอุดหนุนเท่าไหร่ ซึ่งมีการประชุมและประกาศ 5 ทุ่ม-เที่ยงคืน คนก็มีความรู้สึกว่าไม่โปร่งใส ซึ่งในยามวิกฤตยาที่จะรักษาโรคความแตกตื่นคือความโปร่งใสในเรื่องของข้อมูล และการทำงาน กลไก ระบบของกองทุนน้ำมัน การทำงานแก้ปัญหาเฉพาะหน้าควรมีความโปร่งใสมากขึ้น
เมื่อถามว่าประกาศกลางคืนทำให้คนรู้สึกแอบทำใช่ไหม นายเอกนัฏ เผยว่า ตนรู้สึกแบบนั้น ซึ่งเขาให้เหตุผลว่าที่ต้องประกาศตอนกลางคืนเพราะจะอัปเดตตามราคาตลาดสิงคโปร์ที่จะเปิดเผยช่วง 1 ทุ่ม เขาก็เลยขยับจาก 5 ทุ่มมาเป็น 2 ทุ่ม เพราะรอฟังสัญญาจากสิงคโปร์ แล้วไปประชุมก่อนประกาศตอน 3 ทุ่ม เอาตรงๆ มันก็น่าจะดึกเกินไปอีก วันนี้ตนว่ายังไม่ต้องไปดูสัญญาณจากสิงคโปร์ก็ได้ เพราะสิ่งที่ทำกันอยู่มันก็อุดหนุนกันเกินเบอร์ไป 20 กว่าบาทแล้ว มันห่างจากสิงคโปร์อยู่เยอะมาก ฉะนั้นประโยชน์ที่จะได้รับจากการรอฟังสัญญาณจากสิงคโปร์ว่าขึ้นหรือลงในราคาเท่าไหร่ กับประกาศ 2 หรือ 5 ทุ่มแล้วคนแตกตื่น มันไม่คุ้มกันไงครับ แล้วเขาก็กลัวอีกว่า ไปประกาศ 5 โมง คนจะรีบวิ่งออกมาเติมแล้วมันจะสร้างความวุ่นวาย แต่ผมว่ามันไม่ใช่แบบนั้นแล้ว ในภาพใหญ่พอคนรู้สึกไม่สบายใจแล้วรู้สึกว่ามันไม่โปร่งใส มันสร้างปัญหาที่หนักกว่าที่เขาคิดไว้ มันช่วงวิกฤตการทำงานก็ควรจะต้องเปลี่ยน
ส่วนอีกเรื่องที่คิดว่ามีปัญหาก็คือ วันนี้มันเกิดวิกฤต แล้วเราก็เห็นว่าราคาน้ำมันสำเร็จที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ บวกกับพรีเมียมมาเป็นราคาหน้าโรงกลั่นที่บ้านเราใช้ และเป็นที่มาของราคาที่ถูกนำมาตั้งและอุดหนุน โดยกองทุนน้ำมัน วันนี้มันแพงมาก ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบมันแพงขึ้นจริง ๆ แต่ราคามันตามไม่ทัน ราคาน้ำมันดิบไม่ได้ขึ้นสูงปรี้ดเท่าราคาน้ำมันสำเร็จที่ขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่า ดีเซลมันแพงขึ้นไปมาก แต่ราคาน้ำมันดิบมันไม่ได้แพงขึ้นไปมากขนาดนั้น เลยเป็นที่มาของค่าการกลั่นสูงมากผิดปกติ ในยามปกติ 2-3 บาทต่อลิตร แต่ทั้งเดือนมีนาคมเฉลี่ยทั้งเดือน 7 บาทต่อลิตร แต่ตอนนี้ 13 บาทต่อลิตรแล้ว ผิดปกติไหมครับ มันรับไม่ได้อยู่แล้วครับ
เรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่ต้องจัดการ มันเกินความเป็นจริง แล้วถ้าตรงนี้ลดลงมามันก็สามารถนำไปลดภาระกองทุนน้ำมัน หรือลดราคาขายหน้าปั๊มก็ได้ ซึ่งเรื่องค่าการกลั่นต้องทบทวนใหม่ทันที
เมื่อถามว่ากล้าทุบทุนพลังงาน-พ่อค้าน้ำมันใช่ไหม นายเอกนัฏ ยืนยันว่า “ไม่สนใจครับ ผมไม่สนใจใคร ถ้าต้องทุบก็ทุบ ถ้าต้องแทงก็แทง”








