วันที่ 27 ม.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการเดินสายหาเสียงว่า ก็เหนื่อยดีแต่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอยางดี แต่เสียงตอบรับกับคะแนนต้องไปว่ากันอีกทีหลังวันที่ 8 ก.พ.ว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าเข้าโค้งสุดท้ายกังวลว่าจะมีการเล่นเกมใต้ดินโจมตีพรรคกล้าธรรมหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เวลาพรรคกล้าธรรมโดยกระแสวิพากษ์วิจารณ์เราไม่โทษพรรคอื่นเราต้องดูตัวเราเอง ผู้สมัครทุกคนต้องดูตัวเองว่าคุณสมบัติมีความพร้อมสำหรับสมัครสส.หรือไม่ ถ้ายังไม่พร้อมไม่อยู่ในกรอบระเบียบตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กำหนดต้องโทษตัวเองไม่ใช่ไปโทษคนอื่น
อะไรที่ผิดกฎหมายสมัครสส.ไม่ได้ก็ต้องยอมรับความเป็นจริง เพราะไม่ได้มีใครไปแกล้ง เพราะก็ต้องมีการตรวจสอบอยู่แล้วไม่โดนวันนี้หลังเลือกตั้งก็โดนเหมือนกัน เรามีบทเรียนในเรื่องนี้เยอะแล้วฉะนั้นต้องดูตัวเองเป็นหลักอย่าไปโทษคนอื่น ไม่ว่าใครทำผิดกฎหมายก็ต้องเข้าสูกกระบวนการยุติธรรมพิสูจตัวเองให้ได้ไม่อย่างนั้นอยู่เวทีการเมืองไม่ได้ เป็นนักการเมืองต้องทำใจบางคนพอโดนหน่อยก็โอดครวญเหมือนพรรคบางพรรค ที่ว่าแต่คนอื่นไม่ดูตัวเอง
เมื่อถามถึง กรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน บอกไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม แต่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าบอกจับมือได้กับทุกขั้วมองอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่มองอย่างไรตอนนี้มองตัวเองก่อนไม่ได้มองคนอื่น พรรคกล้าธรรมมีหลักการชัดเจนไม่ต้องเปลี่ยนคำพูดบ่อยครั้ง ว่าพรรคใดก็ตามที่มีเจตนารมณ์แก้รัฐธรรมนูญในหมวด 1 หมวด2 เราไม่เอาเด็ดขาด เรามีหลักการณ์แค่นี้ ส่วนจะต้องเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่อยากแก้รัฐธรรมนูญออกมาแสดงจุดยืนหรือไม่นั้น ไม่ต้องไปเรียกร้องเพราะพรรคกล้าธรรมประกาศจุดยืนชัดเจนไม่เคยเปลี่ยนตั้งแต่ตนเข้าสู่เวทีการเมือง อะไรก็ตามที่เข้าไปยุ่งกับเสาหลักของบ้านเมือง ชาติ ศาสนา สถาบันพระมหากษัตริย์ เราไม่เอาเด็ดขาด
เมื่อถามว่า การที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมาช่วยหาเสียงจะเป็นการปลุกกระแสไม่เอาทหารที่เคยหาเสียงไว้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่หรอก กองทัพก็อยู่ในส่วนของกองทัพอย่าดึงกองทัพมายุ่งกับการเมืองโดยเด็ดขาด พอเวลาการเมืองไม่คุยกันชอบทะเลาะกันท้ายที่สุดก็ต้องมีกรรมการกลางเข้ามาเบรกไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะเสียหาย ตนจบสถาบันทหารบางครั้งยามบ้านเมืองวิกฤติก็มีทหารออกมาแก้ปัญหา
เมื่อถามถึง กรณี น.ส.รักชนก ศรีนอก ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไปหาเสียงที่พะเยาแล้วมีประชาชนมาต้อนรับหวั่นไหวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ตนแทบไม่ได้อยู่พะเยาเลยเพราะไม่ได้ลงสมัครในพื้นที่ และจริงๆเขาก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรอย่าสำคัญตัวเองผิด
เมื่อถามว่า น.ส.รักชนก บอกว่าคนพะเยาอยากเปลี่ยน ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “คุณไปวันเดียวแล้วรู้เรื่องอะไร อย่าหลอกตัวเอง"
เมื่อถามว่าพะเยาถือเป็นหัวใจสำคัญสำหรับพรรคกล้าธรรมใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าเราทำอะไรที่พะเยามาเยอะจากเมืองทางผ่านมาเป็นเมืองรองตอนนี้แทบจะเป็นเมืองหลักอยู่แล้วขาดอย่างเดียวคือสนามบินที่ต้องมีการศึกษา เมื่อศึกษาและสร้างเสร็จเมืองพะเยาก็จะเป็นเมืองหลักได้เลย








