"รังสิมันต์ โรม" ตั้งกระทู้สดถามนายกฯ ปมเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติ "ฮุ่ยวัน-เบน สมิธ" แฉเชื่อมโยงทุนเทาและคนดังฝั่งกัมพูชา จี้ถามความคืบหน้าหมายแดงอินเตอร์โพล ด้าน “รมว.ยุติธรรม” ยอมรับติดขัดกัมพูชาไม่ส่งข้อมูลผู้ถือหุ้น "โรม" ทิ้งท้ายขู่เอาจริง เตรียมเอาผิด ม.157 หากรัฐบาลรู้ตัวคนผิดแต่ไม่กล้าดำเนินคดี
วันที่ 14 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาฯ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯได้พิจารณากระทู้ถามทั่วไปของนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ และการฟอกเงินของเครือข่ายบริษัทฮุ่ยวัน ถามนายกฯ โดยนายรังสิมันต์ กล่าวว่า การฟอกเงินของบริษัท ฮุ่ยวัน เชื่อมโยงทุนเทาในกองทุนCAI อยากได้คำตอบความคืบหน้าคดีนายเบน สมิธที่ได้ออกหมายจับแล้ว มีการออกหมายแดงนำไปสืบต่อในอินเตอร์โพลหรือไม่ และจะขยายผลถึงนักการเมืองในประเทศไทยอย่างไร เพราะผ่านไป 9เดือน ไม่มีความคืบหน้าขยายผลอายัดทรัพย์ การอ้างว่า นายฮุน โต หลานสมเด็จฮุนเซน เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทนี้ ได้ออกหมายจับดำเนินคดีหรือไม่
ด้านพล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงแทนนายกฯว่า การดำเนินคดีเครือข่ายนายเบนสมิธ และฮุ่ยวัน เพย์ มีความเชื่อมโยงนายยิม เลียก เป็นเครือข่ายเดียวกัน การดำเนินคดีบริษัท ฮุ่ยวัน เป็นการดำเนินการของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(ปอท.) เบื้องต้นยึดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหา 46 ล้านบาท ได้ส่งฟ้องต่ออัยการแล้ว คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอาญา
รมว.ยุติธรรม กล่าวต่อว่า ข้อจำกัดคดีนี้คือกัมพูชาไม่ร่วมมือส่งข้อมูลผู้ถือหุ้นฮุ่ยวันที่ตั้งอยู่ที่กัมพูชาให้ปอท. จึงติดตามรายละเอียดไม่ได้เท่าที่ควร ส่วนนายฮุน โตที่เป็นผู้ถือหุ้นนั้น หลักฐานที่จะนำมาพูดในสภาได้ ต้องมีข้อมูลยืนยันได้รัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการปราบปรามเรื่องนี้ จะประสานงานหน่วยงานขอข้อมูลจากสมาชิกต่อไป
นายรังสิมันต์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เกรงหากรัฐมนตรีทราบว่า นายฮุน โต เป็นผู้ถือหุ้นฮุ่ยวัน แต่ไม่เอาผิดอาจเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หากรัฐมนตรีรู้แต่ไม่ทำ ก็พร้อมเอาจริงเรื่องนี้แน่นอน








