การเมืองทั่วไป

รบ.รับทราบข้อเสนอวุฒิสภา “ปลดล็อกอุปสรรคอุตสาหกรรมไทย” เดินหน้าปรับกม.–หนุน SME–ยกระดับทักษะแรงงาน

แชร์ข่าว

วันที่ 20 ม.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เสนอผลการพิจารณาศึกษาเรื่อง “ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคและแนวทางแก้ไขปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย” ตามรายงานของคณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา เพื่อประกอบการพิจารณาในระดับนโยบาย โดยรายงานดังกล่าวสะท้อนภาพรวมว่า แม้อุตสาหกรรมไทยเป็นกลไกสำคัญต่อเศรษฐกิจ การจ้างงาน และรายได้ของประเทศ แต่ยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญ เช่น กฎหมายและระเบียบที่ล้าสมัย การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่จำกัด การพัฒนาเทคโนโลยีที่ยังไม่ทันต่อการแข่งขัน และการขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะเหมาะสม ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการแข่งขันในระดับสากลและการเติบโตอย่างยั่งยืน

รองโฆษกฯ ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมพิจารณาแล้ว และเห็นควรขับเคลื่อนการแก้ไขอย่างเป็นระบบโดยแบ่งแนวทางดำเนินการเป็น 3 ระยะ เพื่อให้เกิดผลจริงทั้งระยะสั้น กลาง และยาว

เริ่มจากระยะเร่งด่วน เน้นปรับปรุงและบังคับใช้กฎหมาย หรือกฎระเบียบให้ทันสมัย ลดขั้นตอน ลดระยะเวลาการขออนุญาต ลดต้นทุน เพิ่มความโปร่งใส พร้อมเร่งมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SME ทั้งด้านเงินทุนหมุนเวียน การเตรียมความพร้อมด้านการเงิน การให้คำปรึกษา และการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในกระบวนการผลิต ตลอดจนเพิ่มการคุ้มครองผู้ประกอบการไทยจากการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และการแก้ปัญหาหนี้ของ SME ในมิติที่เกี่ยวข้อง

สำหรับระยะกลาง มุ่ง “ปรับโครงสร้าง” และ “เพิ่มการผลิตพลังงานทดแทน” โดยเน้นการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นอย่างมีกรอบอำนาจหน้าที่ชัดเจน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและส่งเสริมพลังงานทดแทน เพื่อลดต้นทุนการผลิต รวมถึงการยกระดับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้จริงในภาคการผลิต การสร้างเครือข่ายพันธมิตรอุตสาหกรรมและคลัสเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อห่วงโซ่มูลค่า ถ่ายทอดเทคโนโลยี และใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศอุตสาหกรรมร่วมกัน ตลอดจนการสร้างสมดุลทางการค้า ทั้งการสนับสนุนตลาดในประเทศและการรับมือมาตรการกีดกันทางการค้าในเวทีระหว่างประเทศ

ขณะที่ระยะยาว เน้นการลงทุนและขับเคลื่อนเชิงโครงสร้างต่อเนื่อง โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา (R&D) การพัฒนาแรงงานและทักษะให้สอดคล้องอุตสาหกรรมอนาคต การยกระดับการศึกษาให้ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน รวมถึงการผลักดันความยั่งยืนและเศรษฐกิจหมุนเวียนตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้ซ้ำ การรีไซเคิล ไปจนถึงการจัดการของเสีย พร้อมสนับสนุนมาตรการจูงใจที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าและไม่เป็นภาระงบประมาณระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ได้มีการประสานการพิจารณาร่วมกับหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนหน่วยงานอื่นๆ เพื่อให้ข้อเสนอและการดำเนินการสอดคล้องกันในภาพรวม ลดความซ้ำซ้อนของกลไก และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภาครัฐ โดยผลสรุปจะถูกนำเสนอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีรับทราบตามขั้นตอน และแจ้งผลให้วุฒิสภาทราบต่อไป

ทั้งนี้ รัฐบาลย้ำว่า การปลดล็อกอุปสรรคภาคอุตสาหกรรม ต้องทำควบคู่ไปกับการปรับกติกาให้ทันสมัย การเสริมความสามารถผู้ประกอบการ และ การพัฒนาคน เพื่อให้อุตสาหกรรมไทยแข่งขันได้จริงในเวทีโลก สร้างงานสร้างรายได้ และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

แชร์ข่าว