วันที่ 3 เม.ย.69 นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร - Veerayooth Kanchoochat ระบุว่า...
[ มาตรการช่วยปรับตัวยังไม่มา เยียวยาเฉพาะจุดยังไม่มี แนวทางภาษียังไม่ชัดเจน ]
เย็นวันนี้ (2 เม.ย.) คณะกรรมการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติปรับลดอัตราเงินชดเชยน้ำมันดีเซลอีกครั้ง ทำให้พรุ่งนี้น้ำมันดีเซลจะปรับขึ้นอีกลิตรละ 3.50 บาท เป็นการขึ้นราคาสองวันติดรวม 7 บาท
ถึงแม้รัฐบาลได้ประกาศไว้แล้ว ว่าราคาน้ำมันมีโอกาสขยับได้ทุกวันตามกลไกตลาดโลก
แต่สิ่งจำเป็นที่ต้องออกมาพร้อมกันคือ "มาตรการคู่ขนาน" เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าของประชาชน และเพื่อประคับประคองสถานการณ์ทางเศรษฐกิจไม่ให้ปั่นป่วนมากไปกว่านี้
เพราะตอนนี้ปัญหาเริ่มลามไปถึงภาคการผลิตแล้ว ต้นทุนถีบตัวขึ้น ส่วนวัตถุดิบเริ่มขาดแคลน เสี่ยงจะส่งผลต่อการจ้างงานในระลอกถัดไป
ย้ำอีกครั้งว่า แม้จะอยู่ในช่วงรักษาการ แต่รัฐบาลยังมีงบกลาง "รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น" คงเหลืออยู่ในมือประมาณ 30,000 ล้านบาท สามารถขออนุมัติจาก กกต. เพื่อนำมาใช้บรรเทาสถานการณ์ได้ทันที โดยควรทำอย่างน้อย 3 ส่วนไปพร้อมกัน ได้แก่
มาตรการสนับสนุนการปรับตัวสำหรับคนที่พร้อมปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน เช่น อุดหนุนการขนส่งสาธารณะ ช่วยค่าไฟฟ้าค่าอินเตอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน
การยิงตรงพุ่งเป้าช่วยกลุ่มเปราะบางที่ต้องพึ่งน้ำมันเพื่อการทำมาหากินรายวัน เช่น ชาวประมง ชาวนา ไรเดอร์ คนขับรถบรรทุก
การประคองต้นทุนให้กลุ่มต้นน้ำที่จะส่งผลลูกโซ่ไปยังการผลิตและราคาสินค้า เช่น การขนส่งวัตถุดิบ ต้นทุนปุ๋ย
ในส่วนของมาตรการทางภาษี ถึงแม้จะไม่สามารถทำได้ในฐานะรัฐบาลรักษาการตอนนี้ ต้องรอการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า แต่เนื่องจากรัฐมนตรีตัวหลักด้านเศรษฐกิจยังเป็นชุดเดิม การแสดงความชัดเจนเรื่องแนวทางการปรับลดภาษีสรรพสามิตเพื่อลดราคาน้ำมัน และแนวทางการเก็บภาษีลาภลอย ก็จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ
ยิ่งโลกปั่นป่วน รัฐบาลยิ่งต้องถือธงนำในการออกมาตรการสนับสนุนประชาชนล่วงหน้า เพื่อลดความไม่แน่นอน ให้สังคมได้เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข และฝ่าวิกฤตการณ์อันยาวนานนี้ไปด้วยกัน
#น้ำมันดีเซล #มาตรการเยียวยา #วีระยุทธ #วิกฤตน้ำมัน #รัฐบาล #เศรษฐกิจไทย #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline







