”ประชาธิปัตย์“จัดงานระดมทุนสู้เลือกตั้ง “ชัยวุฒิ” รับผลดีเกินคาด “อภิสิทธิ์” เผย อุ่นใจไม่สูญพันธุ์ โวตอนนี้เป็นตัวแปรแต่อีก 20 วันอาจเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล เปิดใจเหตุหวนคืนพรรคแย้มวิธีทำการเมืองสุจริต ปราบโกง4 ระดับ
เมื่อเวลา14.30น. วันที่17 มกราคม2569 พรรคประชาธิปัตย์ จัดงาน“รวมพลคนทำเป็น” ร่วมสนับสนุนงานระดมทุนพรรคประชาธิปัตย์ที่โรงละครเคแบงก์ สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์โดยมี 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช และนางการดี เลียวไพโรจน์ และผู้สมัคร สส.พรรคประชาธิปัตย์ตย์ ผู้บริหารพรรคจากทั่วประเทศและผู้สนับสนุนพรรคร่วมงานจำนวนมาก โดบขายเก้าอี้ทอล์คโชว์ ราคาตั้งแต่ 30,000-300,000 บาท ลดหลั่นกันไปของเก้าอี้ด้านหน้าติดเวทีที่นั่งละ 3 แสนบาท, 2 แสนบาท , 1 แสนบาท ,5 หมื่นบาทและ3 หมื่นบาท บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อนายอภิสิทธิ์เดินทางมาถึงได้พบปะกับบรรดาผู้สนับสนุนที่มารอมอบช่อดอกไม้และถ่ายรูปร่วมกันอย่างเป็นกันเอง พร้อมให้เขียนรับฟังความิดเห็นที่บอร์ดด้านหน้างานเพื่อพรรคจะนำมารวบรวมประเด็นหมวดหมู่ปัญหาเสียงสะท้อน
โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวตอนหนึ่งบนเวทีแสดงวิสัยทัศน์ ว่า ถ้าพูดกันทางการเมืองปกติเรียกกันว่า งานระดมทุน แต่ในสถานการณ์บ้านเมืองอย่างนี้ ไม่ใช่แค่การระดมทุน แต่เป็นการที่ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเมืองที่สุจริต ตนเคยบอกก่อนหน้านี้ว่า จะไม่ยุ่งทางการเมืองแล้ว แต่ก็ทนไม่ไหวต้องกลับมา 2 ปีที่ผ่านมาตนใช้ชีวิตในสถานการณ์ที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่า วันหนึ่งจะต้องลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคที่ตนรักหลงใหลและผูกพันมาตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือระดับประถมศึกษา
“ที่ผมออกไป ไม่ใช่เพราะไม่สนใจการเมือง หรือไม่สนใจบ้านเมือง แต่ออกไปเพราะสภาวะแวดล้อมทางการเมืองไม่เปิดทางให้ผมสามารถทำงานทางการเมืองตามความเชื่อตามอุดมการณ์ของผมได้ 2 ปีนั้นผมเจอผู้คน ไม่ว่าจะที่ไหน ต้องเจอกับประโยคที่ได้ยินบ่อยมากอยู่ 2 ประโยค คือ1.เสียดายพรรคนะ ซึ่งแม้จะสั้น แต่เจ็บปวด สำหรับคนที่อยู่บ้านหลังนี้มาเป็นเวลานาน กับประโยคที่ 2 คุณปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คุณอยู่เฉยได้อย่างไร หรือประเทศเป็นแบบนี้ได้อย่างไร คือเราต้องทนกับความเสื่อมของค่านิยมที่ปล่อยให้การโกงการทุจริตคอรัปชั่นระบาดไปทั่วบ่อนทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านเมืองของเราหรือกรณีบุคคลที่มีประวัติทำผิดคดีร้ายแรง ก็สามารถที่จะลอยนวล หรือมีอำนาจในทางการเมืองได้อย่างไม่น่าเชื่อ ผมอายเวลาที่มีแขกต่างประเทศ หรือทูตานุทูตถามผมเรื่องนี้ว่า ประเทศไทยการเมืองไทยเป็นแบบนี้หรือ แต่ก็มีเช่นเดียวกันที่มาบอกผมว่า อย่ากลับเลยการเมือง เป็นพระผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านที่บอกว่า เลิกการเมืองดีแล้ว เพราะคนอย่างคุณกะล่อนไม่เป็น ไม่ควรเป็นนักการเมือง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเกิดเปลี่ยนแปลงในพรรคเมื่อ 3 เดือนก่อนตนมีโอกาสไม่ใช่การกู้พรรค แต่ต้องทำให้พรรคกลับมาช่วยกอบกู้ประเทศชาติบ้านเมือง ถือเป็นโจทย์ที่ยากมาก แต่คำพูดที่ว่า เสียดายพรรค จากคนที่อยู่ต่างพรรค จึงตกผลึกว่า เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพรรคอื่น พรรคนี้เป็นสถาบันทางการเมือง รวมคนที่มีความคิดในทิศทางเดียวกัน เพื่อขับเคลื่อนบ้านเมือง ที่ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์ หรือผลเฉพาะหน้าการเลือกตั้งเพื่อส่งต่อพรรคนี้ให้คนรุ่นใหม่ จากรุ่นสู่รุ่นได้ การทำพรรคครั้งนี้ เราประกาศทำการเมืองสีขาว ไม่เอาทุนเทา การทุจริตในต่างประเทศจัดไว้4 ระดับคือ 1.พริตตี้ คอรัปชั่น (Petty)คือการทุจริตเล็กๆน้อยๆ ค่าเบี้ยใบ้รายทาง แก้โดยการปฏิรูประบบราชการ 2.โปรเจ็ค คอรัปชั่น(Project)คือการทุจริต จัดซื้อจัดจ้าง ฮั้ว มีเงินทอน แก้โดยเร่งออกกฎหมายปิดช่องให้เปิดเผยข้อมูลการประมูลทั้งระบบและใช้เทคโนโลยีช่วย 3.โพซิชั่น คอรัปชั่น (Position) การซื้อขายตำแหน่งในกระทรวงต่างๆ ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนักการเมืองชอบ เพราะได้เงินไปแล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ ผู้ใแก้ไขโดยทำให้ขบวนการโยกย้ายข้าราชการโปร่งใส ลดการย้ายข้ามหัวกระโดดค้ำถ่อ จะข้ามมาเป็นปลัดกระทรวงฯ อธิบดีก็ลดลงได้ และ4. โพลิซี คอรัปชั่น(Polity) คือการทุจริตในเชิงนโยบาย ที่มาของปัญหาความขัดแย้ง ผลประโยชน์ของบุคคลที่ ต่อไปนี้ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจในนโยบายต่างๆ ในการบริหารระดับสูง ต้องเปิดเผยข้อมูลความเกี่ยวข้อง กับธุรกิจหรือเครือข่ายธุรกิจกลุ่มต่างๆ อะไร อย่างไรบ้าง เหล่านี้สรุปสั้นๆว่า เรามีแนวทางแก้ไขใน 90 วันแรก
“ตอนนี้อุ่นใจระดับหนึ่งแล้ว เพราะไม่มีใครว่าสูญพันธุ์แล้ว และไม่ใช่พรรคเล็กแล้ว และมีคนเริ่มพูดว่าเราเป็นพรรคตัวแปรแล้ว กลัวอย่างเดียวว่าเราจะเป็นพรรคแกนนำ กลัวอย่างเดียวอีก20 วัน จะเป็นแกนนำและเตรียมตัวไม่ทัน” นายอภิสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
ด้านนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า การรับบริจาคระดมทุนของครั้งนี้ ทางพรรคได้ทำเรื่องขออนุญาติต่อ กกต. แล้ว ครั้งแรกตั้งใจว่าจะขายโต๊ะรับประทานอาหารเหมือนเมื่อก่อน แต่พอมีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งออกมา เราก็ปรับให้ไม่มีการจัดเลี้ยง ในงานทอล์คนี้ แม้แต่น้ำดื่นม เรายังไม่ให้มีเลย เพราะตั้งรัดกุมเรื่องข้อกฎหมายต่างๆ ทำให้ถูกกฎทุกอย่าง แต้ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกตัวเลขได้ว่า ขายบัตรได้จำนวนเท่าไหร่ เพราะคนซื้อบางคนไม่ได้มางานเองก็มี แต่ต้องยอมรับว่า ผลดีกว่าที่คาดไว้มาก เพราะขณะนี้ยังมีการบริจาคเข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งทุกอย่างเราต้องทำรายงานต่อ กกต.








