เมื่อเวลา 12.00น. วันที่ 17 ม.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และคณะ เดินทางต่อมาถึงตลาดสดเขาบีป ต.ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร พบปะพี่น้องประชาชนบริเวณตลาดสด ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่น ประชาชนต่างเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่กับนายอนุทิน พร้อมให้กำลังใจ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
จากนั้นนายอนุทิน ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยย่อยว่า ตนดีใจมากที่ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องชาวชุมพร กว่าจะจีบลูกช้าง ลูกหมีได้ ลูกหนู แทบต้องไปเกิดใหม่ ตนอยากร่วมงานทางการเมือง อยากทำงานผ่าน สส. ลูกช้าง ลูกหมี และก็นายวิชัย สุดสวาสดิ์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต1 พรรคภูมิใจไทย และนายกิตติศักดิ์ พรหมรัตน์ ผู้สมัคร สส.ชุมพร เขต2 พรรคภูมิใจไทย วันนี้ตนรู้สึกว่าทีมงานที่ชุมพรมีความเข้มแข็งมาก เพราะมีทั้งทีมนายก อบจ. นายกโต้งมาช่วยงาน มาเป็นกระบุงเลย ได้รับความอบอุ่นมากๆ การต้อนรับเหนือความคาดหมายจริงๆ ตนต้องถือว่าเป็นพระคุณอันยิ่งใหญ่ ที่พ่อแม่พี่น้องชาวชุมพรได้มอบให้ตน
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า สิ่งที่พวกเราจะทำให้พวกท่านได้คือ แก้ปัญหาปากท้อง ปัญหาการสร้างรายได้ ราคาพืชผลทางการเกษตรทุกชนิด หากเลือก สส. พรรคภูมิใจไทยทั้ง 3 คนเข้ามา รับรองว่าเสียงของคนชุมพรจะดังกึกก้อง พวกตนก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเจริญในจังหวัดชุมพร
จากนั้น นายอนุทิน เดินทางหาเสียงต่อที่ตลาดดอนหว้า อ.สวี จ.ชุมพร พร้อมปราศรัยว่า ตนมาอำเภอสวีเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกมาในช่วงที่เป็น รมว.สาธารณสุข ซึ่งนั้นมีเหตุน้ำท่วม มาสวี 2 ครั้งน้ำท่วมทุกครั้ง คราวที่แล้วอุทกภัย คราวนี้มา น้ำใจท่วมหัวใจตน
ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้ขอบคุณแม่ค้าที่นำเค้กกล้วยหอมมามอบให้ โดยขอให้ชาวสวีทำอะไรก็กล้วยๆ เหมือนเค้กกล้วยหอมนี้ ตนเดินมาสังเกตเห็นที่คอของพี่น้องชาวชูมพร สร้อยไม่ต่ำกว่า 5 บาททุกคน เชื่อว่าประชาชนคงทำมาหากินได้ แต่พรรคภูมิใจไทย โดยตนและผู้สมัคร สส. เป็นคนที่จะมาเป็นผู้แทนของจังหวัดชุมพร หลายคนคงคิดว่าได้ 3 คนนี้มาแล้ว จะได้อนุทินด้วย แต่ไม่ใช่ได้ 3 คนนี้มาแล้วยังไม่พอ ถ้าไม่กาเบอร์ 37 อนุทินมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ซื้อแพ็คคู่ ซื้อ สส. แพ็คนายกฯ ไปด้วย จะได้พูดเต็มปากว่าชุมพรมี สส. ยกจังหวัด และมีนายกฯ ชื่ออนุทิน เป็นลูกน้องชาวชุมพรทุกคน และช่วยกันนำความเจริญ นำมาซึ่งโอกาสให้ชาวชุมพรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น โดยสิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือ โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตนตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ตนจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสำคัญกับตนมากที่สุด เชื่อว่าแม่ค้าขายของได้มากขึ้นแน่นอน ถือเป็นการเพิ่มรายได้ ส่วนการลดรายจ่าย คือการที่เราใช้เงินครึ่งเดียว เท่ากับเราเพิ่มรายได้ให้คนขาย และลดรายจ่ายให้ผู้ซื้อ โครงการนี้ไม่มาไม่ได้
นอกจากนี้ ทุกคนทราบดีว่าหากตนเข้าไป คนที่จะมาดูเรื่องการค้าขายส่งออกให้ทุกคนคือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะส่ง ขายส่งออกสินค้าไปขายให้ได้ราคาดี ทั้งในและต่างประเทศ โดยเจ๊ศุภจี จะจัดการเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ที่ดี หาช่องทางการตลาด ขายแบบที่เขาอยากกิน ไม่ใช่ไปกองขาย ให้เขาถวิลหาสินค้าของเรา ส่วนน้ำมันปาล์มเราก็ไปใช้วิธีให้แปรสภาพ ให้สามารถขายได้ในลักษณะสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่ขายน้ำมันดิบเฉยๆ เพื่อให้ประชาชนเพิ่มรายได้ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดมาโดยตลอด และจะหาช่องทางการตลาด ช่องทางการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่า ต้นทุนน้อย กำไรเยอะ พอกันทีสำหรับชาวชุมพรที่จะไปเร่ขายของ เราต้องทำให้คนเห็นว่า ที่ชุมพรมีสินค้ามากมายที่สามารถเป็นที่ต้องการของคนในท้องถิ่น รวมถึงในประเทศและต่างประเทศด้วย
ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จังหวัดชุมพรสวยงามมาก ตนเห็นผ่านโซเชียลก็อยากมาเที่ยว อยากมากินอาหาร แต่เรายังไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนมาเที่ยวจังหวัดชุมพรแบบมืดฟ้ามัวดิน ให้รายได้เข้ามา คนจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆอีกพรรคภูมิใจไทยจะทำให้ ประชาชนไม่ต้องทำอะไรมาก เรื่องการทำงานให้พวกตนไปทำแทน ให้ประชาชนรอวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหากาเบอร์ 4
จากนั้นนายอนุทินไปเดินที่ ตลาดดอนหว้า อ.สวี จ.ชุมพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลงพื้นที่หาเสียง โดยขึ้นรถปราศรัยว่า ตนมาอำเภอสวีเป็นครั้งที่ 2 โดยครั้งแรกมาในช่วงที่เป็น รมว.สาธารณสุข ซึ่งนั้นมีเหตุน้ำท่วม มาสวี 2 ครั้งน้ำท่วมทุกครั้ง คราวที่แล้วอุทกภัย คราวนี้มา น้ำใจท่วมหัวใจตน
ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้ขอบคุณแม่ค้าที่นำเค้กกล้วยหอมมามอบให้ โดยขอให้ชาวสวีทำอะไรก็กล้วยๆ เหมือนเค้กกล้วยหอมนี้ ตนเดินมาสังเกตเห็นที่คอของพี่น้องชาวชูมพร สร้อยไม่ต่ำกว่า 5 บาททุกคน เชื่อว่าประชาชนคงทำมาหากินได้ แต่พรรคภูมิใจไทย โดยตนและผู้สมัคร สส. เป็นคนที่จะมาเป็นผู้แทนของจังหวัดชุมพร หลายคนคงคิดว่าได้ 3 คนนี้มาแล้ว จะได้อนุทินด้วย แต่ไม่ใช่ได้ 3 คนนี้มาแล้วยังไม่พอ ถ้าไม่กาเบอร์ 37 อนุทินมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ซื้อแพ็คคู่ ซื้อ สส. แพ็คนายกฯ ไปด้วย จะได้พูดเต็มปากว่าชุมพรมี สส. ยกจังหวัด และมีนายกฯ ชื่ออนุทิน เป็นลูกน้องชาวชุมพรทุกคน และช่วยกันนำความเจริญ นำมาซึ่งโอกาสให้ชาวชุมพรได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้น
นายกฯ กล่าวต่อว่า สิ่งแรกที่จะเข้าไปแล้วทำคือ โครงการคนละครึ่งพลัสเฟส 2 ประชาชนไม่ต้องกลัว เพราะหากไม่ทำเดี๋ยวตนตาย ไม่ใช่พ่อแม่พี่น้องอดตาย แต่ตนจะตายก่อน ถูกประชาชนกระทืบแบนแน่นอน ซึ่งโครงการคนละครึ่งพลัสเฟสแรก พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสำคัญกับตนมากที่สุด เชื่อว่าแม่ค้าขายของได้มากขึ้นแน่นอน ถือเป็นการเพิ่มรายได้ ส่วนการลดรายจ่าย คือการที่เราใช้เงินครึ่งเดียว เท่ากับเราเพิ่มรายได้ให้คนขาย และลดรายจ่ายให้ผู้ซื้อ โครงการนี้ไม่มาไม่ได้
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ทุกคนทราบดีว่าหากตนเข้าไป คนที่จะมาดูเรื่องการค้าขายส่งออกให้ทุกคนคือ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ที่จะส่ง ขายส่งออกสินค้าไปขายให้ได้ราคาดี ทั้งในและต่างประเทศ โดยเจ๊ศุภจี จะจัดการเรื่องการเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ที่ดี หาช่องทางการตลาด ขายแบบที่เขาอยากกิน ไม่ใช่ไปกองขาย ให้เขาถวิลหาสินค้าของเรา ส่วนน้ำมันปาล์มเราก็ไปใช้วิธีให้แปรสภาพ ให้สามารถขายได้ในลักษณะสินค้าอุตสาหกรรม ไม่ใช่ขายน้ำมันดิบเฉยๆ เพื่อให้ประชาชนเพิ่มรายได้ นี่คือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดมาโดยตลอด และจะหาช่องทางการตลาด ช่องทางการปรับปรุงคุณภาพสินค้า ให้เป็นสินค้าที่มีมูลค่า ต้นทุนน้อย กำไรเยอะ พอกันทีสำหรับชาวชุมพรที่จะไปเร่ขายของ เราต้องทำให้คนเห็นว่า ที่ชุมพรมีสินค้ามากมายที่สามารถเป็นที่ต้องการของคนในท้องถิ่น รวมถึงในประเทศและต่างประเทศด้วย
นายกฯ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการท่องเที่ยว จังหวัดชุมพรสวยงามมาก ตนเห็นผ่านโซเชียลก็อยากมาเที่ยว อยากมากินอาหาร แต่เรายังไม่ได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ พรรคภูมิใจไทยจะเข้ามาส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนมาเที่ยวจังหวัดชุมพรแบบมืดฟ้ามัวดิน ให้รายได้เข้ามา คนจะได้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างจังหวัด นอกจากนี้ ยังมีเรื่องอื่นๆอีกพรรคภูมิใจไทยจะทำให้ ประชาชนไม่ต้องทำอะไรมาก เรื่องการทำงานให้พวกตนไปทำแทน ให้ประชาชนรอวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ เข้าคูหากาเบอร์ 4







