การเมืองทั่วไป

"จตุพร" ซัดแรง ชีวิต ปชช. ซ้ำซากสังเวยนักการเมืองไร้หัวใจ เครนถล่มยังไร้คนรับผิดชอบ

แชร์ข่าว

วันที่ 16 ม.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...

ซ้ำซากชีวิต ปชช.สังเวยกับนักการเมืองไร้หัวใจ ไม่ใส่ใจกับชีวิตปลอดภัยสาธารณะ เครนถล่ม ก่อสร้างสะเพร่า ผ่าน รมต.กี่คน มีนายกฯ หลายคน แต่ขาดความรับผิดชอบ เชื่อขืนเป็นแบบยังมีตายอีก มึนเลือกตั้งเทาๆ ทำคนหงอยเหงา ขาดอารมณ์ร่วม คาดเบื่อหาเสียงหลอกลวง ตระบัดสัตย์ ไม่ทำตามคำมั่นสัญญา

เมื่อ 15 ม.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ และ นายนิติธร ล้ำเหลือ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์สดรายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยระบุว่า เป็นเรื่องน่าประหลาดมากที่ประชาชนไม่ตื่นตัวและไร้อารมณ์ร่วมทางการเมืองกับการเลือกตั้ง 8 ก.พ. นี้ ซึ่งส่วนสำคัญคงมาจากนักการเมืองถูกแรงกระแทกจนประชาชนขาดความเชื่อมั่นกับพรรคการเมือง

นายจตุพร กล่าวว่า แรงกระแทกใหญ่ที่กระทำต่อพรรคประชาชน ซึ่งประกาศต่อต้านเงินเทา แต่ผู้สมัคร สส.ของพรรคกลับถูกเปิดโปงพัวพันเงินสีเทามากขึ้น แม้ยอมรับยังมีเข้าข่ายอีก 2 ราย แต่ยังมีผู้สมัครเกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่งจึงเป็นความอเนจอนาถมาก

อย่างไรก็ตาม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้แถลงขอโทษประชาชน แต่ผู้มีหน้าที่คัดสรรผู้สมัครของพรรคต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบด้วย เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบบกพร่องจนทำให้พรรคเสียหายครั้งใหญ่ในสถานการณ์เลือกตั้ง 69 ซึ่งย้อนแย้งกับการชูสโลแกนหาเสียงว่า “มีเรา ไม่มีเทา”

สิ่งสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ เป็นที่น่าสังเกตจากเวทีดีเบตหรือบรรยากาศการหาเสียงว่า ประชาชนตื่นตัวทางการเมืองน้อยมากอย่างน่าประหลาด รวมทั้งอารมณ์ร่วมการสนับสนุนแต่ละพรรคหายไปอย่างน่ากังวล นั่นส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะนักการเมืองหาความจริงจังไม่ได้ ซ้ำร้ายประชาชนยังซังกะตายและไร้หัวใจกับนโยบายหาเสียงตามมาหลอกหลอนซ้ำอีก

“เมื่อต้องการยืนยันถึงการเลือกตั้งแล้ว สิ่งสำคัญคือการตื่นตัวของประชาชน ซึ่งหวังว่า ไม่มีปัจจัยผลประโยชน์อย่างอื่นไปกระชากให้เกิดความตื่นตัว แต่ควรมาจากสำนึกภายในของประชาชนว่า เป็นการเลือกตั้งเพื่อประเทศ เพื่อคนรุ่นลูก รุ่นหลานอย่างแท้จริง"

อีกทั้งกล่าวว่า ถ้านักการเมืองได้รับเลือกตั้งจากปัจจัยสนับสนุนอย่างอื่นแล้ว การพัฒนาประเทศจึงน่าสยดสยอง สุดท้ายการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นแบบเทาๆ หานักการเมืองขาวสะอาดกันได้ยากเต็มที

นายนิติธร กล่าวว่า กรณีทักษิณ ชินวัตร จะได้รับพักโทษหลังติดคุก 1 ใน 3 (ของโทษ 1 ปี) คือครบ 8 เดือนในเดือน พ.ค.นี้ แต่ทักษิณ ยังมีคดีอื่นที่ถูกยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) อีกหลายคดี ซึ่งขณะนี้ภาคประชาชนได้ติดตามความคืบหน้ากับ ปปช. อยู่

อีกทั้งกล่าวว่า โครงการก่อสร้างของรัฐที่บริษัทรับเหมาทำสะเพร่าจนเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต แสดงถึงคำตอบว่า พรรคการเมืองและสส.หวังอะไรไม่ได้ เพราะโครงการบนถนนพระราม 2 เกิดเรื่องร้ายๆ มาตลอด แล้วผ่านการรับผิดชอบของรัฐมนตรีคมนาคม และนายกฯ มาหลายคน ยังจัดการให้ประชาชนเชื่อมั่นในชีวิตสาธารณะที่มีความปลอดภัยไม่ได้ ยิ่งเกิดเหตุเครนถล่มล่าสุด (เมื่อเช้า 15 ม.ค.) ประชาชนเสียชีวิต 2 รายมีคนบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ประชาชนสุดเอือมระอาความสะเพร่าซ้ำซากและคงไม่ยอมแน่นอน

"ทุกครั้งพวกนักการเมืองบอกจะตั้งกรรมการมาสอบสวน จะบังคับใช้มาตรการเด็ดขาด ออกสมุดตรวจบันทึกการทำงาน จะออกกฎหมายมาจัดการ และจะขึ้นบัญชีดำ แต่ทุกครั้งเรื่องก็เงียบ แล้วประชาชนยังตายเพราะความไร้ความรับผิดของฝ่ายรัฐบาลไปเท่าไร และเชื่อว่าเรื่องแบบนี้ยังไม่หยุด ชีวิตสาธารณะของประชาชนย่อมไม่มีความปลอดภัย"

นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ไทยทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศกับสหรัฐว่า การยึดมั่นเป็นพันธมิตรต่อกันเป็นจริงหรือเปล่า หรือไทยเป็นเหยื่อ หรือเป็นลูกไล่กันแน่ โดยเรื่องนี้คงถึงเวลาประชาชนต้องตัดสินใจ จะปล่อยให้นักการเมืองตัดสินใจไม่ได้ เพราะทำให้ประเทศเสียหายมาตลอด

อีกทั้งกล่าวว่า ตลอด 93 ปีผ่านมา กลไกการเมืองการปกครองไม่ได้ทำหน้าที่รับใช้ประชาชนและประเทศ หากอนาคตยังเปลี่ยนให้เป็นไปตาม รธน.ไม่ได้ การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรยอมให้นักการเมืองปนเปื้อนสีเทาได้มีอำนาจ ดังนั้น ประชาชนต้องไปออกเสียงโดยมียุทธศาสตร์ปฎิวัติ โดยสกัดคนไม่ซื่อสัตย์สุจริตและนักการเมืองเทาได้เข้าสภาไปทำลายชาติบ้านเมือง หรือไปออกกฎหมายให้ไทยเป็นลูกไล่ของต่างชาติ

สิ่งสำคัญ การแอบทำ MOU หรือบันทึกข้อตกลงต่างๆ มากมายที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนอธิปไตย หรือทางเศรษฐกิจ นักการเมืองทำแบบปิดหูปิดตาประชาชน เพราะไม่นำเรื่องเข้าพิจารณาในสภา ยิ่งกรณีแร่เรเอิร์ธ หรือแร่หายาก ถูกยกให้ต่างชาติและมีผลผูกพันตามกฎหมายไปแล้ว ซึ่งแสดงถึงประชาชนไม่มีสิทธิ์เข้าถึงและรับรู้สินทรัพย์มูลค่าสูงเช่นนี้เลย

อย่างไรก็ตาม นักการเมืองหาเสียงจะปกป้องบ้านเมืองและประชาชนจะมีสิทธิเสรีภาพ แต่ถามอย่างจริงจังว่า เรามีสิทธิ์เข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติได้จริงหรือเปล่า หรือประชาชนมีแต่ราคาต้องจ่ายเพื่อเข้าถึงน้ำมันและก๊าซของชาติไปเท่าไรแล้ว

"ถามพี่น้องประชาชนทุกคน ถึงเวลายกเครื่องเปลี่ยนแปลงประเทศหรือยัง หรือจะปล่อยให้การเลือกตั้งครอบงำและอ้างระบอบประชาธิปไตยถูไถประเทศอยู่เช่นนี้ ถึงเวลาต้องลอกคราบประเทศไทยกันสักทีหรือไม่”

นายนิติธร ย้ำว่า ถึงเวลาที่ประชาชนต้องสำแดงพลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้หรือยัง และถึงเวลาประชาชนต้องลุกขึ้นปฎิวัติด้วยจิตสำนึกรักแผ่นดินเกิดแล้วหรือยัง ซึ่งการปฏิวัติไม่ใช่ให้ทหารยึดอำนาจ แต่เป็นการรื้อกลไกบ้านเมืองเพื่อตอบโจทย์ของประเทศและประชาชนมีศักดิ์ศรีแท้จริง"

แชร์ข่าว