เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย แถลงภายหลังการประชุมแก้ปัญหาเครนถล่มที่จ.นครราชสีมาและที่ถนนพระราม 2 ว่า วันนี้ได้ประชุมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากเรื่องนี้สะเทือนขวัญและมีความเสี่ยงต่อชีวิตประชาชน ที่ประชุมจึงได้ข้อสรุปว่าให้กระทรวงคมนาคมไปบอกเลิกสัญญายกเลิกผู้รับจ้าง และดำเนินคดีตามข้อกฎหมายทั้งหมด โดยให้กระทรวงคมนาคมไปดำเนินการเตรียมเหตุสำหรับยกเลิกสัญญา ซึ่งมีข้อกำหนดอยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว โดยรายละเดียดกระทรวงคมนาคมรับไปดำเนินการต่อ และเหตุที่ยกเลิกสัญญา เพราะไม่ต้องการให้ 2 โครงการนี้เป็นอันตรายต่อไป ส่วนการขึ้นบัญชีดำซึ่งจะเป็นการสืบเนื่องจากการบอกเลิกสัญญา ซึ่งทางอัยการสูงสุดและสำนักงานคณะกรรมการกฤฎีกาได้ให้คำแนะนำมา เพื่อสร้างความมั่นใจต่อภาพลักษณ์ของประเทศ
เมื่อถามว่า จะยกเลิกสัญญาไปถึงโครงการอื่นที่บริษัทนี้รับจ้างอยู่ด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เอาวันนี้ก่อน ถ้าจะไปดูเรื่องของอนาคตที่ประชุมวันนี้ก็จะไม่ได้ผลออกมา ยิ่งไปบอกให้แก้กฎหมายยิ่งไม่ต้องเพราะวันนี้ไม่มีสภาฯ ต้องรอรัฐบาลหน้า
เมื่อถามว่า 2 กรณีที่เกิดขึ้นจะหมายรวมถึงการก่อสร้างตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ถล่มลงมาด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า กรณีก่อสร้างตึก สตง. ผู้บริหารได้รับโทษไปแล้ว และที่ตนพูดถึงเรื่องตึก สตง.ในที่ประชุม เพราะเห็นว่าวันนี้ตึกหายไปแล้ว ทำไมยังไม่ยกเลิกสัญญา จะไปส่งงวดงานที่ไหน ปรับแล้วหรือยัง เพราะสัญญาหมดไปตั้งแต่เดือน ส.ค.68 ตรงนี้หากจะปรับๆกี่วัน ในเมื่อมันไม่มีตึกแล้ว ตรงนี้ก็ต้องดำเนินการต่อ จะปล่อยลอยๆไปไม่ได้ เชื่อว่าตรงนี้ทางสตง. ต้องดำเนินการให้มันเป็นไปตามระเบียบ และกรณีที่เกิดขึ้น 3-4 ครั้งโดยผู้รับเหมารายเดียว รัฐคงต้องดำเนินการเพราะไม่สบายใจให้ผู้รับเหมาแบบนี้ทำงานให้กับรัฐต่อไป
เมื่อถามถึง กรณียกเลิกสัญญาโครงการที่เหลือต้องประมูลงานหาคนมาทำงานต่อในส่วนที่เหลือใช้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สมมุติงานนี้เสร็จไปแล้ว 80% ส่วนที่เหลืออีก 20% ก็ต้องหาคนทำงานต่อ หากมีความเสียหายเพิ่มมากขึ้นก็ต้องไปยึดจากประกันโครงการที่ทำไว้ และยังมีความรับผิดชอบหากรัฐต้องใช้จ่ายงบประมาณเพิ่มเติมก็สามารถสงวนสิทธิไปเรียกร้องจากผู้ทิ้งงานหรือผู้รับจ้างรายเดิมได้
เมื่อถามว่า มีการพูดถึงการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐบ้างหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ยึดตามกฏหมายที่กำหนดไว้ ส่วนกรณีสมุดพกผู้รับเหมาที่เพิ่งมีการบังคับใช้นั้น อธิบดีกรมบัญชีกลางได้รายงานว่า กำลังออกเป็นระเบียบบังคับใช้อยู่น่าจะเสร็จราวสิ้นเดือน ม.ค. 69 หรือต้นเดือน ก.พ. 69 แต่อันนั้นเป็นเรื่องของโครงการในอนาคตไม่ได้บังคับใช้ย้อนหลัง โดยเรื่องสมุดพกนี้เริ่มโดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตรองนายกฯและรมว.คมนาคม ถือเป็นสิ่งที่ดี เพียงแต่มีขั้นตอนดำเนินการตราออกมาเป็นกฎกระทรวง และต้องมีระเบียบตามมาซึ่งกรมบัญชีกลางกำลังดำเนินการ
เมื่อถามว่า มีการโจมตีพรรคภูมิใจไทย เรื่องการรับโครงการกับบริษัทจีน นายอนุทิน กล่าวว่าไม่เกี่ยว เกี่ยวอะไร เมื่อถามว่า คิดว่าเป็นการทําขึ้นมาเพื่อโจมตีทางการเมืองโดยเฉพาะใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า แน่นอนอยู่แล้ว เพราะการดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างอะไรก็แล้วแต่ ทําตามกฎระเบียบทุกอย่าง ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย แต่ทําโดยรัฐบาลไทย ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับทางการเมือง อย่าได้พยายามเสียเวลา ไม่อย่างนั้นก็พูดสาดโคลนกันไป สาดโคลนกันมา ระหว่างพรรคการเมือง ต้องการให้ประเทศไทยสงบไม่ใช่หรือ ถ้าคนการเมืองทะเลาะกันเอง ประชาประชาชนก็ไม่มีความพึงพอใจ เมื่อถามอีกว่า ตกลงเรื่องของผู้ว่ารฟท.เป็นอย่างไร นายกฯกล่าวว่า ขณะนี้รองผู้ว่ารักษาการ
เมื่อถามว่า ช่วงสุดสัปดาห์นี้จําเป็นจะต้องชะลอการหาเสียงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ตนก็สั่งการทุกอย่าง ให้คนรับผิดชอบทุกอย่างชัดเจนหมดแล้ว ซึ่งการหาเสียงของตน ไม่ได้มีการกําหนดตาราง มีเวลาตนก็ไป ตนมีภารกิจ มีอะไรสําคัญก็ต้องเอาเรื่องงานของประเทศไว้ก่อน
เมื่อถามต่อว่า จะลงพื้นที่จุดเกิดเหตุหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ ถ้าว่างก็ไป แต่ก็ไม่ได้ไปในเวลางานราชการ








