ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างหนักในการซื้อขายวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปิดร่วงลงกว่า 3% หลังนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภายหลังอิสราเอลและเลบานอนสามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้สำเร็จ ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ลดลง 2.98 ดอลลาร์ หรือ 3.1% ปิดที่ 93.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 2.78 ดอลลาร์ หรือ 2.84% ปิดที่ 95.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงกดดันสำคัญต่อราคาน้ำมันมาจากรายงานที่ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยมีสหรัฐฯ เป็นคนกลาง ซึ่งช่วยเพิ่มความหวังต่อการเจรจาสันติภาพในภูมิภาค และอาจนำไปสู่การคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านในระยะต่อไป
ก่อนหน้านี้ อิหร่านได้ประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หากอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ทำให้ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นพัฒนาการเชิงบวกต่อเสถียรภาพของภูมิภาคตะวันออกกลาง และช่วยลดความเสี่ยงต่ออุปทานน้ำมันโลก
นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากปัจจัยทางการเมืองในสหรัฐฯ หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 215 ต่อ 208 เสียง เห็นชอบให้จำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ต้องถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากปฏิบัติการทางทหาร เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาให้ดำเนินการเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์มองว่า ความคืบหน้าทางการทูตและความพยายามลดความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ตลาดลดการประเมินความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสัญญาน้ำมันดิบ และกดดันให้ราคาน้ำมันทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญในรอบวันดังกล่าว








