ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความคืบหน้าในการเจรจายุติความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ หลังผลประกอบการของ Broadcom ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ได้กดดันให้ดัชนี Nasdaq ปิดในแดนลบ
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 51,561.93 จุด เพิ่มขึ้น 874.86 จุด หรือ 1.73% ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,584.31 จุด เพิ่มขึ้น 30.63 จุด หรือ 0.41% ส่วนดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,830.96 จุด ลดลง 23.02 จุด หรือ 0.09%
บรรยากาศการลงทุนในตลาดวอลล์สตรีทได้รับปัจจัยบวกจากรายงานข่าวที่ระบุว่า อิสราเอลและเลบานอนได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงโดยมีสหรัฐฯ ทำหน้าที่เป็นคนกลาง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่อาจนำไปสู่การเจรจาสันติภาพในวงกว้าง รวมถึงการคลี่คลายความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ อิหร่านเคยประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยอมรับข้อตกลงยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ และอิสราเอล หากอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทางทหารในเลบานอน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญต่อการลดความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาพัฒนาการทางการเมืองในสหรัฐฯ หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีมติ 215 ต่อ 208 เสียง เห็นชอบร่างกฎหมายจำกัดอำนาจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการดำเนินสงครามกับอิหร่าน โดยกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากปฏิบัติการทางทหาร เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาสำหรับการดำเนินการเพิ่มเติม
นักวิเคราะห์มองว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงของการเผชิญหน้าทางทหารในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแรงซื้อในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และผลักดันดัชนีดาวโจนส์ขึ้นสู่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ แม้ว่าหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีจะยังเผชิญแรงกดดันจากผลประกอบการของบริษัทในอุตสาหกรรมชิปก็ตาม








