วันที่ 5 ม.ค.2569 นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่หาเสียง ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัครสส.กทม.เขต 6 เบอร์ 5 ในพื้นที่เขตพญาไท เขตดินแดง หาเสียง บริเวณซอยนาทอง รัชดาภิเษก ซอย 7 แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ
จากนั้นนายชวน ให้สัมภาษณ์ภายหลังลงพื้นที่ในชุมชนถึงกระแสคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่มีทิศทางดีขึ้น ว่า ตนเองพึ่งมาลงพื้นที่กทม. เป็นวันแรก ก่อนหน้านี้ไปทางใต้เมื่อวานไปนครปฐมและสุพรรณบุรี หากพูดถึงระบบบัญชีรายชื่ออย่างที่ตนเคยพูดไว้เหมือนกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าบัญชีรายชื่อคงดีขึ้น แต่สำหรับเขตยังยาก และไม่แน่นอนเพราะผู้สมัครก็ใหม่ ที่ผ่านมาประชาธิปัตย์ได้แค่ 25 คน บัญชีรายชื่อ 3 เขตอีก 22 ตอนนี้เหลือแค่ 8 คน เพราะฉะนั้นถือว่าฐานเดิมมีน้อยการได้มาใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็คิดว่าพอจะมีโอกาส
เมื่อถามว่าการหาเสียงผ่านมา 10 วันแล้ว แต่บรรยากาศอาจไม่ได้คึกคักเท่าที่ควร นายชวน กล่าวว่า ต้องรอให้การเลือกอบต. ผ่านพ้นไปก่อนคือ 11 ม.ค. เมื่อพ้นไปแล้วความสับสนก็จะไม่มี การจดจำเบอร์ก็จะไม่มีปัญหา แต่อย่าลืมว่าบางพรรคไม่ได้สนใจการหาเสียงเพราะจ่ายเงินไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งการใช้เงินยังคงรุนแรง ตนก็พยายามปลุกระดมให้ชาวบ้านต่อต้านเรื่องนี้ พยายามบอกให้ตัดวงจรอุบาทว์ หากพูดง่ายๆก็คือหาเสียงซื้อเสียง ชนะเป็นรัฐบาล โกงเอาเงินมาซื้อเสียง เวียนอยู่อย่างนี้ ถ้าสามารถตัดวงจรนี้ได้ก็จะทำให้การเมืองไทยดีขึ้น
เมื่อถามว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ว่า มีการซื้องูเห่าโหวตให้ อ. เป็นนายกรัฐมนตรี นายชวน กล่าวว่า ก็ได้ยินนายนิพิฏฐ์ เล่าให้ฟัง ว่ามีคนเสนอทำนองนี้ แต่เริ่มต้นจากใครเราก็ไม่ทราบแต่คงไม่น่าเป็นห่วงก่อนเลือกตั้งมากกว่า เพราะก่อนเลือกตั้ง ก็ต้องพยายามช่วย ดีใจที่สื่อได้รวมกลุ่มร่วมกันต่อต้านพฤติกรรมการซื้อเสียง เพราะอะไรหลายอย่างก็จะมาสะดุดกับเรื่องแบบนี้ อย่างเช่นกรณีตำรวจเรียกรับส่วย หรือการโยกย้ายฝ่ายปกครอง
ซึ่งเวลานี้ก็ยังมีการโยกย้ายข้าราชการอยู่อย่างเช่น ที่จังหวัดกำแพงเพชร โดยนักการเมือง ตรงนี้ก็ต้องเตือนซึ่งตรงนี้กระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ต้องระวัง ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดไปด้วย ถ้าเราดำเนินการสกัดกั้นวงจรอุบาทว์ก็จะทำให้การเมืองดีขึ้น
“ถ้าการเมืองดีข้าราชการก็จะดี แต่ถ้านักการเมืองทุจริตก็จะตั้งข้าราชการทุจริต มาเป็นผู้บริหาร จึงมีคำถามเกิดขึ้นว่าคุณภาพของข้าราชการลดต่ำลงหรือไม่ ผมว่าคุณภาพก็ยังไม่ได้ลดลง แต่คนขึ้นมามีตำแหน่งมาจากที่นักการเมืองตั้ง ถ้าข้าราชการไม่รับใช้นักการเมืองเขาก็ไม่ตั้ง ก็เลยทำให้คนที่มีคุณภาพไม่มีโอกาสขึ้นมา ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพราะฝ่ายการเมืองเป็นคนคุมนโยบาย แต่คนปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ ถ้าเราได้คนคุณภาพมาแก้ปัญหาบ้านเมืองก็จะทำให้ปลอดโปร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าได้คนที่ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่ไปหาผลประโยชน์ให้ฝ่ายการเมือง ก็จะไม่ใช่ผู้แก้ปัญหาแต่เป็นผู้สร้างปัญหาให้ประชาชน” นายชวน กล่าว
นายชวน กล่าวต่อว่า ถ้าเราได้นักการเมืองที่ซื่อสัตย์สุจริตมาบริหารบ้านเมือง งบประมาณจะไม่ตกหล่นแต่ถ้าได้นักการเมืองที่มีผลประโยชน์มีธุรกิจส่วนตัวเราจะมีปัญหาภาษี ที่พี่น้องเสียไป ก็จะตกมาไม่ถึงชาวบ้านเต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็ต้องพยายามหาทางสกัดกั้นเราต้องการรัฐบาลในอนาคตที่ยึดกฎหมายเป็นหลัก ไม่ใช่เลือกปฏิบัติกับประชาชนนี่คือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงมาแล้ว 90 กว่าปี มีความก้าวหน้าไปหลายด้าน แต่ด้านการเมืองในระบบที่ยึดหลักนิติธรรมยังเป็นปัญหา








