“สมศักดิ์” อดีตรัฐมนตรีฯ ลงพื้นที่สุโขทัยชี้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเกิดจากภาชนะเก็บน้ำไม่พอ พร้อมยืนยันเร่งขับเคลื่อนโครงการคลองชักน้ำยมฝั่งขวาที่ ครม.ไฟเขียวงบกว่า 3,500 ล้าน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ย้ำต้องแก้ทั้งระบบป้องกันและระบบเตือนภัย ไม่ให้เกิดความสูญเสียซ้ำรอย พร้อมถามหา”ฝ่ายค้ำ”ต้องรับผิดชอบหรือไม่
วันที่ 30 พ.ย.2568 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สส.สุโขทัย พรรคเพื่อไทย นายเขตพงศ์ กุลนาถศิริ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย น.ส.ณัคนางค์ กุลนาถศิริ ได้ลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลวังลึก อำเภอศรีสำโรง และ ที่ทำการกองทุนหมู่บ้าน หมู่ 1 ตำบลปากพระ อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจที่ได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชน การลงพื้นที่ครั้งนี้ ก็อยากมารับฟังปัญหาน้ำท่วม ช่วงนี้เมื่อเกิดอุทกภัยแต่ละครั้งมีความรุนแรงมากขึ้น และด้วยปัญหาสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง การคาดการณ์จึงยากขึ้น ฝนไม่ได้ตกที่จุดเดิม การแก้น้ำท่วม จึงต้องศึกษาและวางแผน อย่างเป็นระบบทั้งการป้องกัน ระบบเตือนภัยและการแก้ปัญหาฉุกเฉินเมื่อเกิดภัยพิบัติ มิฉะนั้นจะเกิดความสูญเสียหนักเหมือนหาดใหญ่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ ก็เริ่มมีประชาชน ตั้งคำถามแล้วว่า นอกจากฝ่ายรัฐบาล ที่ต้องรับผิดชอบแล้ว ฝ่ายค้ำ ก็ควรรับผิดชอบด้วยหรือไม่ ส่วนที่จังหวัดสุโขทัยในปีนี้ น้ำท่วมถึง 6 ครั้ง ทั้งจากน้ำเหนือและแม่มอก ส่วนใหญ่น้ำมาจากทางเหนือ แต่ในปีนี้พายุฝนตกหนักในรอบ 30 ปี เกิดปัญหาการระบายน้ำไม่ทัน ทำให้เห็นว่าหลายจุดต้องเพิ่มเครื่องสูบน้ำช่วยในการระบาย
“ปัญหาน้ำท่วมลุ่มน้ำยมนั้น ผมขออธิบายง่ายๆว่า เกิดจากปริมาณน้ำฝนตกในภูเขาทางเหนือมาก แต่ภาชนะขนาดใหญ่ในการจัดเก็บน้ำไม่เพียงพอ ทำให้น้ำไหลบ่ามายังที่ราบในจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะแม่น้ำยมช่วงอ.เมืองสุโขทัยแคบรับน้ำได้ประมาณ 500 ลบ.ม./วินาที แต่ปริมาณน้ำมามากกว่าความจุของแม่น้ำถึง 3 เท่า และมาเร็วเนื่องจากไม่มีภาชนะรองรับน้ำ สุโขทัยจึงต้องมีการทำโครงการระบายน้ำยมเพิ่ม ซึ่งทำทั้ง 2 ฝั่ง คือ ยมฝั่งซ้าย และยมฝั่งขวา โดยขณะนี้เรากำลังดำเนินการโครงการยมฝั่งขวา ซึ่งผลักดันงบประมาณและติดตามความคืบหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง เป็นรูปธรรมเพื่อต้องการลดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด” นายสมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ณัคนางค์ กล่าวว่า ปัจจุบัน ตนเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายเศรษฐกิจมหาภาคสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงอยากนำองค์ความรู้มาช่วยพี่น้องชาวสุโขทัย โดยอยากทำนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาจังหวัดสุโขทัย ซึ่งที่ผ่านมา ตนได้เห็นการทำงานของมารดา คือ สส.พรรณสิริ โดยได้รับทราบปัญหาของพี่น้องชาวสุโขทัย มาโดยตลอด ทั้งปัญหาการเกษตร และการท่องเที่ยว ซึ่งถ้ามีโอกาส ตนก็พร้อมที่จะนำประสบการณ์ของตัวเอง มาช่วยพัฒนาบ้านเกิด เพื่อทำให้พี่น้องชาวสุโขทัย มีรอยยิ้ม และความสุขเพิ่มมากขึ้น








