1พฤษภาคม 2569 ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยความคืบหน้าการตกผลึกชุดนโยบายเพื่อใช้ในการบริหารกรุงเทพมหานครในสมัยที่ 2 ของทีมผู้ว่าฯกทม. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ว่า หากมีโอกาสทำงานในสมัยที่สอง จะเน้นการใช้ระบบเทคโนโลยีพัฒนาระบบการทำงานของกรุงเทพมหานคร จากการดำเนินงานที่ผ่านมาได้มีการทดสอบจนระบบเริ่มขับเคลื่อนไปได้แล้ว ซึ่งเป้าหมายสำคัญคือการกระจายงานลงไปสู่ระดับปฏิบัติการในทุกหน่วยงานให้ครอบคลุมเสมือนระบบทราฟฟี่ ฟองดูว์ที่จดจำการทำงานได้ทั้งหมด
โดยกระบวนการนี้คือการวางรากฐานระบบปฏิบัติการ หรือ OS ที่เปรียบได้กับ iOS หรือ Android เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับใช้หลักการเดียวกันในการทำงาน ซึ่งจะส่งผลให้งานดำเนินไปอย่างมีพลังและเกิดการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
นายต่อศักดิ์ กล่าวว่า การขับเคลื่อนเมืองในรูปแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือทีมงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยพลังจากทั้งข้าราชการ ลูกจ้าง และประชาชนร่วมกัน เนื่องจากปัญหาของกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาที่สะสมมานาน ซึ่งทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันโดยไม่ยึดติดกับพรรคการเมืองเพียงอย่างเดียว
"ขณะนี้เราได้วางโครงสร้างพื้นฐานไว้ครบถ้วนหมดแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการทำให้ระบบปฏิบัติการนี้ขับเคลื่อนไปได้อย่างรวดเร็ว โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างอัตราเร่ง ซึ่งผมเรียกว่าระบบปฏิบัติการกรุงเทพฯ ที่จะใช้ดิจิทัลเข้ามาควบคุมการทำงานในภาพรวม และหลังจากนั้นจะต่อยอดไปสู่ระบบ KPI เพื่อใช้ในการตรวจสอบการทำงานทั้งระบบ รวมถึงระบบการเลื่อน ลด ปลด ย้าย ข้าราชการทั้งหมดจะดำเนินการผ่านระบบนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่มหาศาลมาก"
นอกจากนี้ การนำเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงมาใช้เป็นตัวควบคุมหลัก จะช่วยให้การบริหารจัดการเมืองวิ่งไปข้างหน้าด้วยอัตราเร่งที่มากขึ้น โดยระบบดิจิทัลที่นำมาใช้นี้จะทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานทั้งระบบอย่างครอบคลุม รวมถึงสร้างความโปร่งใสในระบบงานบุคคลและการพิจารณาความดีความชอบ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน








