สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เป็นเหมือนกระจกสะท้อนความคิดและอารมณ์ของคนกรุงเทพฯ ในแต่ละยุคสมัย และถ้าพูดถึงความทรงจำระดับตำนาน ก็ต้องยกให้ "ปรากฏการณ์จำลองฟีเวอร์" ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2528 และการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2533 ก่อนที่ “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” จะพบกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2539
1. จุดเริ่มต้น: "คนดีติดดิน" ชนะใจคนกรุง (พ.ศ. 2528)
ย้อนกลับไปปี 2528 คนกรุงเทพฯ กำลังเบื่อหน่ายกับปัญหาเมืองแออัดและการทุจริตคอร์รัปชัน “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” ผู้สมัครอิสระ ที่มาในลุคนักการเมืองผู้สมถะ สวมเสื้อม่อฮ่อม ทานมังสวิรัติ และใช้ชีวิตเรียบง่าย จึงสร้างความสนใจให้กับคนกรุงเทพฯ เป็นอย่างมาก
และแทนที่จะใช้ป้ายหาเสียงเหมือนผู้สมัครฯ คนอื่น พล.ต.จำลอง กลับใช้ "ฝาเข่ง" ความแปลกใหม่และตรงไปตรงมานี้โดนใจคนกรุงที่อยากได้ผู้นำมือสะอาดเข้ามาปราบโกง จนเกิดเป็นกระแส "จำลองฟีเวอร์" ทำให้เขาชนะเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. อย่างถล่มทลาย คะแนนทิ้งห่างคู่แข่งแทบไม่เห็นฝุ่น
2. สู้ต่อสมัยที่ 2: "ผลงานจริง" ชนะคำโจมตี (พ.ศ. 2533)
พอทำงานครบ 4 ปี “พล.ต.จำลอง” ลงป้องกันแชมป์ในศึกเลือกตั้งปี 2533 คราวนี้เขาตั้ง "พรรคพลังธรรม" ขึ้นมา แม้จะโดนคู่แข่งโจมตีอย่างหนัก แต่สุดท้ายก็ชนะเลือกตั้งสมัยที่ 2 อย่างถล่มทลาย ด้วยคะแนนที่พุ่งสูงกว่าเดิมกว่า 7 แสนคะแนน
ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ “พล.ต.จำลอง” ยังคงเป็นขวัญใจชาว กทม. อย่างต่อเนื่อง ก็คือ "ผลงานที่จับต้องได้" ตลอดระยะ 4 ปี ที่สำคัญหลายคนรู้สึกว่า กรุงเทพฯ ภายใต้การบริหารของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม
3. จุดเปลี่ยน: จากผู้ว่าฯ กทม. สู่แกนนำม็อบ "พฤษภาทมิฬ" (พ.ศ. 2535)
เป็นผู้ว่าฯ กทม. สมัยที่ 2 ได้เพียง 2 ปีกว่า “พล.ต.จำลอง” ก็ตัดสินใจลาออกเพื่อนำพรรคพลังธรรมสู้ศึกเลือกตั้ง ส.ส. ระดับประเทศ ซึ่งจากกระแสจำลองฟีเวอร์ที่ยังคงเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ทำให้พรรคพลังธรรมกวาดที่นั่ง ส.ส. ใน กทม. ไปได้เกือบทั้งหมด
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญคือเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ “พล.ต.จำลอง” ก้าวขึ้นเป็นแกนนำมวลชนประท้วงรัฐบาลทหาร แม้สุดท้ายประชาชนจะได้รับชัยชนะ แต่ภาพความรุนแรงและการปะทะกันบนท้องถนน ทำให้คนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ที่รักความสงบเริ่มรู้สึกลังเล ภาพลักษณ์การเป็นผู้นำที่ "ยอมหักไม่ยอมงอ" เริ่มทำให้มนต์ขลังของมหาจำลองลดลงเรื่อยๆ
4. การแพ้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ของมหาจำลอง (พ.ศ. 2539)
“พล.ต.จำลอง” ตัดสินใจกลับมาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. อีกครั้งในปี 2539 โดย “ทักษิณ ชินวัตร” (ในช่วงเวลานั้นทั้งสองยังชื่นมื่นกันอยู่) ได้เข้ามาช่วยปรับลุคให้ “พล.ต.จำลอง” ดูทันสมัย เขาถอดเสื้อม่อฮ่อมเปลี่ยนไปใส่เสื้อแจ็คเก็ต เพื่อหวังดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ตามกลยุทธ์ของทักษิณ แต่นั่นกลับทำให้แฟนคลับดั้งเดิมรู้สึกขัดใจ
ในขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่าง "ดร.พิจิตต รัตตกุล” จาก "กลุ่มมดงาน" กลับมาพร้อมกับยุทธวิธีหาเสียงที่เน้นนโยบาย โดยเฉพาะการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและการจราจร ผลสรุปคือ “พล.ต.จำลอง” พ่ายแพ้อย่างยับเยิน ถูก “ดร.พิจิตต” ทิ้งห่างไปกว่า 2 แสนคะแนน
ปรากฏการณ์ทั้งชัยชนะและความพ่ายแพ้ของ “พล.ต.จำลอง” จึงเป็นกรณีศึกษาว่า ในสนามเลือกตั้ง กทม. ไม่มีใครผูกขาดคะแนนเสียงได้ตลอดไป คนกรุงเทพฯ พร้อมจะเปลี่ยนใจให้กับผู้สมัครฯ ที่ตอบโจทย์และเสนอวิธีแก้ปัญหาได้อย่างน่าสนใจที่สุด
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม
#จำลองศรีเมือง #เลือกตั้งผู้ว่ากทม #การเมืองไทย #ประวัติศาสตร์การเมือง #ผู้ว่ากทม #กรุงเทพมหานคร #จำลองฟีเวอร์ #วิเคราะห์การเมือง #siamrathonline








