เมื่อวันที่ 1 พ.ค.69 สื่อของทางการเมียนมาร์รายงานว่า อองซานซูจี อดีตผู้นำและนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของประเทศ Aung San Suu Kyi ได้ถูกย้ายจากสถานที่ควบคุมตัวเดิมไปอยู่ภายใต้การกักบริเวณในบ้านพัก ตามคำสั่งของกองทัพเมียนมาร์
รายงานระบุว่า นักการเมืองรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพวัย 80 ปีรายนี้ ถูกควบคุมตัวมาตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564 โดยคาดว่าเธอถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทหารในกรุงเนปยีดอ ก่อนจะมีการเปลี่ยนสถานะเป็นการกักบริเวณในบ้านพักภายหลังคำสั่งลดโทษของพลเอกอาวุโสมิน อ่องหล่าย ผู้นำกองทัพเมียนมาร์ Min Aung Hlaing ซึ่งระบุว่าเป็นการ “ย้ายโทษที่เหลือไปยังบ้านพักที่กำหนดไว้”
อองซานซูจีเคยขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำรัฐบาลพลเรือนในปี 2558 หลังการปฏิรูปประชาธิปไตยในเมียนมาร์ ก่อนหน้านั้น เธอเคยถูกกักบริเวณในบ้านพักเป็นเวลานานกว่าทศวรรษจากบทบาทการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยภายใต้การปกครองของทหาร
ภายหลังการรัฐประหารในปี 2564 เธอถูกควบคุมตัวและถูกดำเนินคดีหลายข้อหา ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติว่าเป็นคดีทางการเมือง ก่อนที่โทษจำคุก 33 ปีของเธอจะถูกปรับลดลงหลายครั้งในช่วงที่ผ่านมา
สื่อของรัฐยังเผยแพร่ภาพของอองซานซูจีขณะนั่งอยู่กับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบสองคน ซึ่งสร้างกระแสตั้งคำถามอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของเธอ
ด้าน คิม อาริส บุตรชายของเธอ ออกมาแสดงความไม่เชื่อในรายงานดังกล่าว โดยระบุว่ายังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเธอถูกย้ายจริง และภาพที่เผยแพร่อาจเป็นภาพเก่าตั้งแต่ปี 2022 พร้อมย้ำว่าจนกว่าจะได้รับการยืนยันหรือสามารถติดต่อได้โดยตรง เขาจะไม่เชื่อข่าวนี้
ขณะเดียวกัน ทีมทนายความของอองซานซูจีก็ระบุว่า ยังไม่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสถานะดังกล่าว
ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลังการจับกุมในวันรัฐประหาร เธอแทบไม่มีการปรากฏตัวต่อสาธารณะ โดยครั้งล่าสุดที่เห็นคือการขึ้นศาลเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการพิจารณาคดีภายใต้กองทัพ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการปรากฏตัวของเธอผ่านสื่อรัฐครั้งนี้ อาจสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลทหารกำลังพิจารณาปรับสถานะเพิ่มเติม ท่ามกลางความพยายามลดแรงกดดันจากนานาชาติและความเคลื่อนไหวทางการเมืองภายในประเทศ
#อองซานซูจี #เมียนมาร์ #รัฐประหารเมียนมาร์ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวด่วน #การเมืองโลก #Myanmar #AungSanSuuKyi #MinAungHlaing #ข่าวโลก #ประชาธิปไตย #สิทธิมนุษยชน #BreakingNews








