เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ผู้นำเกาหลีใต้ ได้เชิญสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เสด็จเยือนเกาหลีใต้ในปีหน้า โดยหวังให้ประมุขแห่งศาสนจักรคาทอลิกมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพและลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี ท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือที่ยังคงเปราะบาง
รายงานระบุว่า ผู้นำเกาหลีใต้ได้เสนอให้การเสด็จเยือนมีขึ้นในช่วงที่กรุงโซลเป็นเจ้าภาพจัดงานเวิลด์ ยูธ เดย์ มหกรรมชุมนุมเยาวชนคาทอลิกระดับโลก ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 2570 และคาดว่าจะมีผู้แสวงบุญและเยาวชนจากทั่วโลกเดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก
สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์ว่า อี แจ-มยอง ได้ถ่ายทอดความคาดหวังของประชาชนชาวเกาหลีใต้ รวมถึงวิสัยทัศน์ของรัฐบาลในการสร้างสันติภาพและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีต่อสมเด็จพระสันตะปาปา โดยมองว่าวาติกันสามารถมีบทบาทเชิงบวกในการส่งเสริมการเจรจาและความเข้าใจระหว่างสองเกาหลี
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีใต้เปิดเผยว่า ในการหารือกับพระคาร์ดินัลปิเอโตร พาโรลิน เลขาธิการแห่งรัฐวาติกัน ยังมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่สมเด็จพระสันตะปาปาจะเสด็จเยือนเกาหลีเหนือในอนาคต ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการส่งเสริมความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างสองฝ่าย
ความพยายามดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยในปี 2561 อดีตประธานาธิบดีมุน แจอิน เคยทำหน้าที่ส่งต่อคำเชิญจาก คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ไปยังสำนักวาติกัน หลังจากการพบหารือระหว่างผู้นำเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ที่กรุงเปียงยางในช่วงที่บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเริ่มผ่อนคลายลง
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าเกาหลีเหนือจะตอบรับแนวทางดังกล่าวหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองและความมั่นคงบนคาบสมุทรเกาหลีเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
คิม จองอึน ได้ลดระดับความพยายามในการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้ และหันไปให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างขีดความสามารถทางทหาร รวมถึงการกระชับความร่วมมือกับรัสเซียมากขึ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ที่มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา
การเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เยือนเกาหลีใต้ครั้งนี้ ยังเกิดขึ้นเพียงหนึ่งสัปดาห์หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางเยือนเกาหลีเหนือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี โดยทั้งสองประเทศได้ประกาศยกระดับความร่วมมือในหลายด้าน รวมถึงด้านเศรษฐกิจและกลาโหม
ขณะที่ประเด็นการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ประชาคมโลกจับตามอง กลับไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออย่างเปิดเผยระหว่างการเยือนดังกล่าว ส่งผลให้ความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคยังคงมีอยู่ต่อไป
นักวิเคราะห์มองว่า หากสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ตอบรับคำเชิญและเสด็จเยือนคาบสมุทรเกาหลีในอนาคต อาจช่วยเปิดพื้นที่ทางการทูตและสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจาระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง แม้ความท้าทายด้านการเมืองและความมั่นคงจะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญก็ตาม
#เกาหลีใต้ #อีแจมยอง #โป๊ปเลโอที่14 #วาติกัน #เกาหลีเหนือ #คาบสมุทรเกาหลี #สันติภาพเกาหลี #ข่าวต่างประเทศ #การเมืองโลก #จีน #สีจิ้นผิง #คิมจองอึน #ความมั่นคงโลก #WorldYouthDay #ข่าววันนี้








