เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.69 สหภาพยุโรป (EU) เปิดเผยว่ากำลังตรวจสอบรายงานข่าวกรองที่น่าเชื่อถือ ซึ่งระบุว่ากองทัพจีนมีส่วนในการฝึกบุคลากรทางทหารของรัสเซียเพื่อเข้าร่วมปฏิบัติการสู้รบในสงครามยูเครน โดยประเด็นดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลเพิ่มขึ้นต่อความสัมพันธ์ระหว่างยุโรปและจีน ท่ามกลางความตึงเครียดด้านความมั่นคงและการค้าในช่วงที่ผ่านมา
กายา กัลลัส ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของสหภาพยุโรป เปิดเผยภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของ EU ที่ประเทศลักเซมเบิร์ก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ว่า EU ได้รับข้อมูลที่เชื่อถือได้เกี่ยวกับการฝึกบุคลากรทางทหารของรัสเซียโดยกองทัพจีน และกำลังประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน
แม้กัลลัสจะไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของรายงานดังกล่าวหรือแหล่งที่มาของข้อมูล แต่คำแถลงดังกล่าวสะท้อนถึงท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นของสหภาพยุโรปต่อบทบาทของจีนในสงครามยูเครน ซึ่งตลอดช่วงที่ผ่านมา EU แสดงความกังวลต่อการสนับสนุนทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่จีนมอบให้แก่รัสเซีย
ในวันเดียวกัน สหภาพยุโรปได้ประกาศเพิ่มรายชื่อบริษัทจากจีนและฮ่องกงรวม 4 แห่งเข้าสู่มาตรการคว่ำบาตร โดยระบุว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสนับสนุนภาคการทหารและพลังงานของรัสเซีย
บริษัทที่ถูกคว่ำบาตรประกอบด้วย บริษัท เซินเจิ้น หมิงหัวซิน ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจัดหาชิ้นส่วนโดรนให้กับรัสเซีย และบริษัท ซินเซียง ริชฟูล ลูบริแคนท์ แอดดิทีฟ ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้จัดหาสารเติมแต่งสำหรับน้ำมันหล่อลื่นที่ใช้ในเครื่องจักรทางทหาร
นอกจากนี้ ยังมีบริษัทขนส่งจากฮ่องกง ได้แก่ กลอรี ชิปปิง เอชเค และนอร์ด แอ็กซิส ที่ถูกเพิ่มชื่อเข้าสู่บัญชีคว่ำบาตร เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งและการส่งออกน้ำมันของรัสเซีย
ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองและเอกสารภายในของยุโรปว่า กองทัพจีนได้ดำเนินโครงการฝึกอบรมทางทหารให้กับทหารรัสเซียประมาณ 200 นายในประเทศจีนอย่างลับ ๆ เมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา และทหารบางส่วนได้เดินทางกลับไปเข้าร่วมการสู้รบในยูเครนแล้ว
รายงานดังกล่าวระบุเพิ่มเติมว่า การฝึกอบรมมุ่งเน้นไปที่การใช้งานโดรนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ในสนามรบ โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงความร่วมมือทางทหารที่ลงนามระหว่างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของจีนและรัสเซียในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา
แม้รัฐบาลจีนจะยืนยันมาโดยตลอดว่ามีจุดยืนเป็นกลางต่อสงครามยูเครน และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้แนวทางทางการทูตในการแก้ไขปัญหา แต่ประเทศตะวันตกจำนวนมากยังคงมองว่าจีนเป็นผู้สนับสนุนทางเศรษฐกิจรายสำคัญของรัสเซีย
นอกจากนี้ บริษัทจีนหลายแห่งยังถูกกล่าวหาว่าจัดหาเทคโนโลยีแบบใช้ได้สองทาง ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในภาคพลเรือนและภาคการทหาร รวมถึงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และอุปกรณ์สำหรับโดรน ส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ถูกคว่ำบาตรจากทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรป
ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหภาพยุโรปเผชิญแรงกดดันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 ขณะเดียวกัน ความไม่สมดุลทางการค้าก็กลายเป็นอีกประเด็นสำคัญที่สร้างความกังวลให้กับยุโรป หลังจีนมียอดเกินดุลการค้ากับ EU ในระดับสูงต่อเนื่อง
บรรดาผู้นำสหภาพยุโรปมีกำหนดหารือร่วมกันในวันที่ 18 มิถุนายนนี้ เพื่อพิจารณามาตรการรับมือกับปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินของจีนในหลายอุตสาหกรรม ขณะที่ มารอส เซฟโควิช กรรมาธิการด้านการค้าของสหภาพยุโรป มีกำหนดเข้าพบ หวัง เหวินเถา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของจีน ที่กรุงบรัสเซลส์ในช่วงปลายเดือน เพื่อหารือประเด็นการค้าและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองฝ่าย
#EU #สหภาพยุโรป #จีน #รัสเซีย #ยูเครน #สงครามยูเครน #กองทัพจีน #คว่ำบาตร #เศรษฐกิจโลก #การเมืองโลก #ข่าวต่างประเทศ #ภูมิรัฐศาสตร์ #การค้าระหว่างประเทศ #รัสเซียยูเครน #ข่าวต่างประเทศวันนี้








