ช็อกงบสหรัฐ! ศาลฟัน “ภาษีทรัมป์” ผิดกฎหมาย รัฐบาลต้องคืนเงินกว่า 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์ สะเทือนแผนการค้าสหรัฐฯ
ศาลสหรัฐชี้มาตรการ ‘ภาษีทรัมป์’ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐต้องคืนภาษีศุลกากรแก่ผู้นำเข้าแล้วกว่า 8.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2.7 ล้านล้านบาท ขณะที่งบขาดดุลและภาระดอกเบี้ยรัฐบาลยังพุ่งต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องทยอยคืนเงินภาษีศุลกากรให้กับบริษัทผู้นำเข้าสินค้า หลังศาลสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าการจัดเก็บภาษีภายใต้มาตรการ "ภาษีต่างตอบแทน" (Reciprocal Tariffs) ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ข้อมูลจากงบประมาณรัฐบาลสหรัฐที่เผยแพร่ล่าสุดระบุว่า นับตั้งแต่มีคำตัดสินของศาล รัฐบาลได้คืนภาษีศุลกากรให้แก่ภาคธุรกิจไปแล้วกว่า 81,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท ภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025
ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการคืนภาษีเพียง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์เป็นนโยบายสำคัญที่ใช้ผลักดันหลังกลับเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง โดยเรียกเก็บภาษีจากสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ เพื่อกระตุ้นการผลิตในประเทศ เพิ่มอำนาจต่อรองทางการค้า และลดการขาดดุลงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม ศาลสูงสุดของสหรัฐมีคำสั่งระงับการจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมเกือบทั้งหมด ส่งผลให้รัฐบาลต้องคืนเงินภาษีที่เรียกเก็บจากผู้นำเข้าไปก่อนหน้านี้
เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า การคืนภาษีจำนวนมหาศาลในปีนี้ เกือบทั้งหมดเป็นผลโดยตรงจากคำตัดสินของศาล โดยเงินคืนส่วนใหญ่ถูกจ่ายในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน
แม้ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐจะได้รับรายได้จากภาษีศุลกากรเพิ่มขึ้น จนช่วยให้การขาดดุลงบประมาณลดลงเล็กน้อย แต่ล่าสุดสถานการณ์กลับเปลี่ยนไป
ข้อมูลระบุว่า ช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ การขาดดุลงบประมาณของรัฐบาลกลางเพิ่มขึ้นเป็น 1.367 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้นราว 2% จากปีก่อน
ขณะเดียวกัน สหรัฐยังต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% และงบประมาณด้านกลาโหมเพิ่มขึ้น 5% จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
แม้มาตรการภาษีนำเข้าชั่วคราวในอัตรา 10% จะครบกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ แต่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณาออกมาตรการภาษีรอบใหม่ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายแรงงานบังคับและปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในบางประเทศ
รายงานระบุว่า มาตรการใหม่อาจกำหนดอัตราภาษีไว้ที่ 10-12.5% และอาจกระทบต่อประเทศคู่ค้าสำคัญของสหรัฐ เช่น สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น อินเดีย ไต้หวัน และจีน รวมถึงมีการขู่เรียกเก็บภาษีนำเข้า 25% กับบราซิล
นอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังเคยส่งสัญญาณว่าจะพิจารณาเก็บภาษีนำเข้าสูงถึง 100% กับบางประเทศในยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร หากยังเดินหน้าเก็บภาษีบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐ
#ทรัมป์ #DonaldTrump #ภาษีทรัมป์ #ภาษีนำเข้า #ภาษีศุลกากร #สหรัฐอเมริกา #เศรษฐกิจโลก #เศรษฐกิจสหรัฐ #การค้าโลก #สงครามการค้า #TradeWar #Tariff #ReciprocalTariff #ศาลสูงสุดสหรัฐ #ทำเนียบขาว #กระทรวงการคลังสหรัฐ #งบประมาณสหรัฐ #ขาดดุลงบประมาณ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ลงทุน #ตลาดโลก #การค้าระหว่างประเทศ #จีน #ญี่ปุ่น #อินเดีย #ไต้หวัน #สหราชอาณาจักร #บราซิล








